DMT ว่าที่หุ้น “ทางด่วน” ตัวต่อไป

DMT

ทำความรู้จัก หุ้น DMT เป็นผู้รับสัมปทานในการก่อสร้างและให้บริการและบำรุงรักษา รวมถึงจัดเก็บรายได้ค่าผ่านทางภายใต้สัญญาสัมปทานทางหลวงในทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 31 ถนนวิภาวดีรังสิต ตลอดช่วงดินแดงถึงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ ระยะทาง 21 กิโลเมตร โดยมีอายุของสัญญาสัมปทานภายใต้บันทึกข้อตกลงแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานทางหลวงฯ ฉบับที่ 3/2550 คงเหลืออยู่ประมาณ 13 ปี 4 เดือน หุ้น DMT

ส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่ของ DMT 3 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่

1. กลุ่มครอบครัวพานิชชีวะ ถือหุ้น 40.1% 2. กระทรวงการคลัง ถือหุ้น 22.1% และ 3. Golden Horse Limited ถือหุ้น 11.7%

สำหรับ DMT เป็นผู้รับสัมปทานในการก่อสร้างและให้บริการและบำรุงรักษา รวมถึงจัดเก็บรายได้ค่าผ่านทางภายใต้สัญญาสัมปทานทางหลวงในทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 31 ถนนวิภาวดีรังสิต ตลอดช่วงดินแดงถึงอนุสรณ์สถานฯ ระยะทาง 21 กิโลเมตร โดยมีอายุของสัญญาสัมปทานภายใต้บันทึกข้อตกลงแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาสัมปทานทางหลวงฯ ฉบับที่ 3/2550 คงเหลืออยู่ประมาณ 13 ปี 4 เดือน

ทางหลวงภายใต้การบริหารจัดการของ DMT เป็นเส้นทางหลักในการระบายจราจรเข้า-ออกจากกรุงเทพมหานคร สู่ภาคกลางตอนบน ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งเป็นเส้นทางสำคัญไปสู่ท่าอากาศยานดอนเมือง

DMT มีทุนจดทะเบียน 6,142 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5.20 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 1,041.2 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 140 ล้านหุ้น คิดเป็น 11.85% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในราคาหุ้นละ 16 บาท เทียบ P/E ประมาณ 23.88เท่า คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 2,240 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคาไอพีโอ 18,900 ล้านบาท

โดยมี บริษัท อวานการ์ด แคปปิตอล จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และมีบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด เป็นผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ

นายธานินทร์ พานิชชีวะ กรรมการผู้จัดการ DMT เปิดเผยว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจ ให้แข็งแกร่ง และเชื่อมั่นว่าประสบการณ์และความเชี่ยวชาญกว่า 30 ปี ในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมของไทยจากการเป็นผู้บริหารจัดการทางยกระดับดอนเมือง จะส่งเสริมให้บริษัทมีศักยภาพในการเข้าร่วมประมูลโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศ

ตามนโยบายภาครัฐที่เปิดโอกาสให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการต่าง ๆ ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองระยะ 20 ปี (2560-2579) ของกรมทางหลวง เพื่อช่วยยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย

ขณะเดียวกัน การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านฐานะทางการเงิน ทำให้บริษัทฯ ไม่มีหนี้สินที่มีภาระด้านต้นทุนทางการเงิน ซึ่งจะทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนที่ดีตามการเติบโตด้านผลการดำเนินงาน

โดยแผนการระดมทุน 2,240 ล้านบาท บริษัทจะนำไปชำระหนี้สินระยะยาวจากสถาบันการเงินประมาณ 1,354 ล้านบาท 2.ชำระหนี้สินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ประมาณ 330 ล้านบาท 3.ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการดำเนินงาน ประมาณ 488 ล้านบาท

ผลประกอบการย้อนหลัง 3 ปี

ปี 2561 รายได้ 3,024 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,457.2 ล้านบาท

อัตรากำไรขั้นต้น 70.6% อัตรากำไรสุทธิ 48.2%

ปี 2562 รายได้ 2,816 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1,158.6 ล้านบาท

อัตรากำไรขั้นต้น 64.3% อัตรากำไรสุทธิ 40.9%

ปี 2563 รายได้ 2,046 ล้านบาท กำไรสุทธิ 791.4 ล้านบาท

อัตรากำไรขั้นต้น 62.5% อัตรากำไรสุทธิ 38.2%

จากงบการเงินจะเห็นได้ว่าธุรกิจทางยกระดับ ตัวอัตรากำไรขั้นต้น และตัวอัตรากำไรสุทธิค่อนข้างสูง

DMT มีผู้ถือหุ้นหลังไอพีโอ คือ

1.กลุ่มครอบครัวพานิชชีวะถือหุ้น 40.1%

2.กระทรวงการคลังถือหุ้น 22.1%

3.Golden Horse Limited ถือหุ้น 11.7%

4.กลุ่มครอบครัววชิรพงศ์ ถือหุ้น 2.84%

5.บริษัท ไทยรุ่งเรือง – เคอรี่ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ถือหุ้น 1.80%

6.เครือเจริญโภคภัณฑ์ ถือหุ้น 2.58%

7.นักลงทุนทั่วไป ถือหุ้นรวมกัน 25.34% (ข้อมูลล่าสุดบนบนเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ฯ)

ปริมาณรถบนทางยกระดับของบริษัท

ปี 2561

รถประเภท 4 ล้อ ทางหลวงสัมปทานเดิม 96,669 คัน/วัน ทางหลวงตอนต่อขยายด้านทิศเหนือ 54,657 คัน/วัน

รถประเภทมากกว่า 4 ล้อ ทางหลวงสัมปทานเดิม 2,847 คัน/วัน ทางหลวงตอนต่อขยายด้านทิศเหนือ 1,573 คัน/วัน

ปี 2562

รถประเภท 4 ล้อ ทางหลวงสัมปทานเดิม 90,124 คัน/วัน ทางหลวงตอนต่อขยายด้านทิศเหนือ 50,399 คัน/วัน

รถประเภทมากกว่า 4 ล้อ ทางหลวงสัมปทานเดิม 2,790 คัน/วัน ทางหลวงตอนต่อขยายด้านทิศเหนือ 1,496 คัน/วัน

ปี 2563

รถประเภท 4 ล้อ ทางหลวงสัมปทานเดิม 56,591 คัน/วัน ทางหลวงตอนต่อขยายด้านทิศเหนือ 34,896 คัน/วัน

รถประเภทมากกว่า 4 ล้อ ทางหลวงสัมปทานเดิม 1,549 คัน/วัน ทางหลวงตอนต่อขยายด้านทิศเหนือ 817 คัน/วัน

จำนวนหุ้นทั้งหมด

โดยการระดมเงินทุนครั้งนี้ จำนวน 140 ล้านหุ้น คิดเป็น 11.9% ของหุ้นทั้งหมด เมื่อการมีระดมเงินทุนแล้ว จะทำให้มีหุ้นทั้งหมด 1,181 ล้านหุ้น

โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่เป็น กลุ่มครอบครัวพานิชชีวะ จำนวน 473 ล้านหุ้น คิดเป็น 40.1%

โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 90% ของกำไรสำหรับปีภายหลังการจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมายแล้ว โดยคำนึงถึงกระแสเงินสดจากการประกอบการ ฐานะการเงิน และผลการดำเนินงาน แผนการลงทุนในอนาคต เงื่อนไขและข้อจำกัดตามที่กำหนดไว้ในสัญญากู้ยืมเงินหรือสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

บทความแนะนำ