โรงพยาบาลธนบุรี ออกมาแฉหลังรัฐบาลไม่ยอมเซ็นสัญญาซื้อไฟเซอร์-โมเดอร์นา

โรงพยาบาลธนบุรี
โรงพยาบาลธนบุรี

นพ.บุญ วนาสิน เจ้าของ โรงพยาบาลธนบุรี ระบุว่า ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทางโรงพยาบาลในเครือของบริษัท เฮลแคร์ ได้ทำการวางแผนไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 63 เพื่อขอซื้อวัคซีนทั้ง 4 – 5 ชนิด มาในจำนวน 50 ล้านโดส แต่ทางรัฐบาลกลับออกมาบอกว่าไม่สามารถสั่งได้ เพราะเป็นการใช้เหตุฉุกเฉินจึงไม่สามารถซื้อได้ ต้องซื้อผ่านกับทางรัฐบาลเท่านั้น ห้ามซื้อวัคซีนที่รัฐบาลจะสั่งซื้อด้วย จึงเหลือวัคซีนที่เอกชนสามารถซื้อได้เพียงแค่ 3 บริษัทเท่านั้น คือ ไบโอเอ็นเทคของไฟเซอร์ วัคซีนโมเดอร์นา และโนวาแวคซ์ แต่ก็ต้องซื้อผ่านทางองค์การเภสัชกรรมเท่านั้น

เมื่อสอบถามไปยังผู้ที่ผลิตวัคซีนโมเดอร์นา และกับทางไฟเซอร์ นั้นได้ระบุเอาไว้ว่า การสั่งซื้อวัคซีนนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการเซ้นสัญญาหลังจากการซื้อขายแล้ว ซึ่งหลังจากนั้นทางบริษัทที่เป็นผู้ผลิต จะต้องใช้เวลาในการดำเนินการอีก 4 เดือน จึงจะสามารถจัดส่งวัคซีนไปยังประเทศที่ทำการซื้อขายได้ ทั้งวัคซีนโมเดอร์นา และวัคซีนไฟเซอร์ ทั้ง 50 ล้าน
โดส ยังไม่ได้นั้น น่าจะเกิดจากการที่ใช้การผลิต โดยเทคโนโลยีใหม่ mRNA ที่ต้องมาฉีดให้กับประชาชนในเดือนกุมภาปี 64 ซึ่งทางโรงพยาบาลเอกชนเอง ก็ต้องดำเนินการทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อย แต่ติดเพียงแค่ ทางรัฐบาลนั้นยะงไม่ยอมที่จะเซ็นให้ เพียงเพราะเหตุผลที่ว่าจำเป้นต้องซื้อผ่านแบบรัฐต่อรัฐเท่านั้น เอฟชนไม่สามารถซื้อวัคซีนเองได้ และต้องรอวัคซีนมาจนถึงปัจจุบันนี้

ซึ่งเมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมานี้ มีการยืนยันแล้วว่าเทคโนโลยีวัคซีนแบบ mRNA คือวัคซีนที่ดีที่สุดโดยเฉพาะกับไฟเซอร์และกับทางเมอร์โดนาด้วย จากการศึกษาทางสหัรัฐอเมริกา ได้ให้การยืนยันแล้วว่า วัคซีนที่ทำการผลิตด้วยเทคโนโลยี mRNA นั้นจะมีประสิทธิภาพที่ดี คุ้มกันไม่ให้เกิดโรคโควิด-19ได้ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การป้องกันการเสียชีวิตอย่างเดียวเท่านั้น ทั้งอาการหนักก็สามารถรักษาป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย หรือแม้กระทั่งสายพันธ์ เดลตา หรือสายพันธ์อัลฟา และแม้แต่สายพันธ์เบต้า ก็สามารถป้องกันได้ โดยในขณะนี้ในหลายประเทศที่ฉีดซิโนแวคไปก็ยังคงติดเชื้อ
กันหลายคน และล้มตายกันเป็นจำนวนมาก ถ้าหากเปรียบเทียบกับหลายๆประเทศที่ใช้ mRNA ก็สามารถยืนยันได้ด้วยตาเปล่าเลยว่าสามารถป้องกันไวรัสได้ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบเกรดวัคซีนแล้ว ซิโรแวคจัดอยู่ในวัคซีนเกรด ซี แล้ววัคซีนที่ดีที่สุดคือวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยี mRNA ในการผลิต และรองลงมาคือวัคซีนเชื้อเป็น เพราะวัคซีนตายจะทำให้ภูมิคุ้มกันขึ้น
มาน้อย และเมื่อศึกษาแล้วพบว่าเมื่อ ฉีดไปแล้ว 2 เข็ม พอผ่านไปแล้ว 4-5 สัปดาห์จะทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง ต้องไปฉีดเพิ่มเป็น 3 เข็มเพื่อไปกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น ทางวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเองก็เช่นกัน ต้องฉีดเพิ่มเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แต่ถ้าหากมาใช้วัคซีนที่มีการผลิตด้วยเทคโนโลยี mRNA ก็จะทำให้ภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นมามากถึง 20-100 เท่าเลยทีเดียว mrna vaccine mechanism
โรงพยาบาลธนบุรี
โรงพยาบาลธนบุรี

ซึ่งล่าสุด ทางบริษัท ได้ขอตรวจสอบไฟยังทางไฟเซอร์และโมเดอร์มา ทราบว่า จนถึงในตอนนี้ก็ยังไม่มีการเซ็นสัญญาการสั่งซื้อเลย ทั่งวัคซีนของทางไฟเซอร์หรือแม้กระทั่งวัคซีนจากโมเดอร์เองก็ตาม จึงอยากจะถามกับทางรัฐบาลว่าทำไมถึงได้ช้าแบบนี้ เพราะในตอนนี้ประเทศในแถบทวีปเอเชียเกือบทุกๆประเทศ ก็ได้ใช้วัคซีน mRNA ไปหมดแล้วแม้กระทั่ง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลย์เซีย ก็ได้กันไปหมดแล้ว ทำไมเหลือแค่ประเทศไทยที่ยังไม่ได้เลยซักโดส

พอโทรสอบถามไปยังผู้ผลิตวัคซีนไฟเซอร์และโมเดอร์นา เพราะสนิทเป็นการส่วนตัวกับโรงพยาบาลเอกชนอยู่แล้ว ทำไมถึงได้วัคซีนช้า มองเห็นประเทศไทยเป็นอะไร ซึ่งได้คำตอบมาว่าที่ประเทศไทยยังไม่ยอมทำการเซ็นสัญญา นอกจากนั้นทางโรงพยาบาลเอกชนเองก็ยังมองว่าประเทศไทยทำการตรวจเชิงรุกน้อยมาก ซึ่งทำการตรวจได้เพียงร้อย
ละ 5 เท่านั้นเอง เพราะตามคำแนะนำของ WHO หรือองค์การอนามัยโลกก็ได้ให้คำแนะนำมาแล้วว่า ควรที่จะทำการตรวจเชิงรุกอย่างน้อย ร้อยละ 15 ดูตัวอย่างในประเทศจีน หรือ เกาหลีใต้ ก็ได้ทำการตรวจเชิงรุกไปแล้วมากกว่าร้อยละ 40 เลยทีเดียว mrna vaccine

หมอบุญยังแจ้งอีกว่า การฉีดวัคซีนนั้นไม่เพียงแค่คนชราหรือกลุ่มเสี่ยงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คนหนุ่งสาวที่ต้องการเองก็ต้องได้ฉีด คนวัยทำงาน ก็ต้องได้รับการฉีดก่อนเช่นกัน เพราะคนในวัยนี้นั้นเป็นวัยทำงาน ต้องออกไปพบปะพูดคุยพบเจอคนในหลายๆสถานที่ ถึงแม้ว่าองค์การเภสัช เองจะได้กำหนดราคาขของวัคซีนโมเดอร์นามาแล้วที่ 1,100 บาท แต่ทางกลุ่มของโรงพยาบาลเอกชนนั้น ได้ตกลงกันไปแล้วว่าราคาที่เหมาะสมจริงๆคือ 1,700 บาท เพราะว่าราคา 1,100 คือราคาที่ยังไม่รวมค่าจัดส่ง ค่าจัดเก็บวัคซีน รวมกับเงินดอกเบี้ยที่ไปกู้ยืมมาเพื่อซื้อวัคซีน mrna คือ

ส่วนทางด้าน Thonburi Healthcare Group (THG) มีตัวเลขการจองมาแล้ว 2 ล้านโดส ซึ่งจริงๆแล้วมีมากกว่านี้แต่ทางโรงพพยาบาลนั้นปิดจองไปที่ 2 ล้านโดสเท่านั้น และยังมีบริษัทประกันเข้ามาจองเพื่อที่จะทำการฉีดให้ลูกค้าอีก 1 ล้าน
โดส ก็เท่ากับว่าในขณะนี้มีการจองไปแล้ว 3 ล้านโดส โดยตอนนี้ทางบริษัทได้จองวัคซีนโมเดอร์นาผ่านองค์การเภสัช ไปแล้วจำนวนกว่า 5 ล้านโดส ตั้งแต่เพื่อนที่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทางบริษัทจะเข้าไปช่วย รัฐบาลโดยการ่ชวยเพิ่มห้องความดันลบ ที่ป่วยหนักอีก 110 เตียง เพิ่มเตียงให้ผู้ป่วยสีเหลืออีก 500 และเพิ่มเตียงให้กับผู้ป่วยสีเขียวอีก 3,000 เตียง

โรงพยาบาลธนบุรี
โรงพยาบาลธนบุรี
ซึ่งสุดท้ายขอฝากข้อความนี้ไปถึงรัฐบาลว่า ทำไมการสั่งซื้อวัคซีน mRNA ถึงได้ช้านัก ทำไมถึงชณะนี้ยังไม่ได้รับวัคซีนทั้งที่เห็นอยู่แล้วว่า วัคซีนแบบ mRNA ทั้งของไฟเซอร์และโมเดอร์นา นั้นได้ผลดีที่สุดและผลข้างเคียงน้อยที่สุด โดยการที่รัฐบาลมองว่าโควิด-19นั้นเป็นแค่ไวรัสธรรมดานั้น ทางเอกชนมองว่ารัฐบาลประมาทเกินไป ทั้งๆที่นักวิชาการด้าน
ไวรัสก็บอกเอาไว้ว่า ไวรัสโควิ-19 นั้นสามารถกลายพันธํได้เร็วมาก แต่รัฐบาลก็รอเพียงวัคซีนชนิดเดียวคือ แอสตร้าเซเนก้า แต่พอทางเอสตร้าเซเนก้าผลิตไม่ทัน กลายเป็นว่าสถานการณ์มันระบาดมากยิ่งขึ้นไปอีก ก็เลยเลือกวัคซีนซิโนแวคมาทดแทนไปก่อน ซึ่งคุณภาพนั้นด้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับวัคซีนที่ผลิตด้วย mrna vaccine

โดยก่อนหน้านี้ทาง นพ.บุญ ได้ให้ออกมาสัมภาษณ์ถึงกรณีเรื่องการนำเข้าวัคซีนทางเลือกของโรพยาบาลเอกชน โดยที่ได้ทำการพาดพิงองค์การเภสัชกรรมและคิดค่าบริหารอีก 10% ทำให้ในตอนนั้นผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ก็ได้ให้ชี้แจงว่า ยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมความต้องการวัคซีนของโรพยาบาลเอกชนในหลายๆที่ เพื่อที่จะได้ทำการยืนยันในการซื้อตามจำนวนความต้องการ ไปยังบริษัทที่ได้รับอณุญาติให้ทำการนำเข้า ยังไม่ได้นึกถึงเรื่องต้นทุนกับราคาขาย องค์การเภสัชเป็นเพียงแค่หน่วยงานอำนวยความสะดวกในการสั่งซื้อวัคซีนให้กับโรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายต่างๆเช่น ค่าจัดเก็บวัคซีน ค่าตรวจห้องปฏิบัติการ ซึ่งรวมภาษีมูลเพิ่มแล้ว ส่วนกรณีที่ องค์การเภสัชกรรมได้ทำการจัดซื้อแวัคซีนให้แก่เอกชนนั้น จะต้องเสียภาษีถึง 2 ครั้ง และเพิ่มค่าจัดเด็บค่าจัดการอีก 5 ถึง 10% นั้นไม่เป็นความจริงเลย

หลังจากที่ นพ.ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ และ นลิน วนาสิน ได้ทำหนังสือชี้แจงถึงกรณีที่ นพ.บุญ วนาสิน กล่าวถึงกรณีที่นำเข้าวัคซีนทางเลือกสำหรับโรงพยาบาลเอกชนนั้น ทางบริษัท รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่ข้อความดังกล่าวทำให้เกิดผลกระทบต่อชื่อเสียงและองค์กรขององค์การเภสัชกรรม จึงต้องกราบขอภัยมา ณ ที่นี้ด้วย และขอกราบเรียบว่า ทางเรามิได้มีเจตนาที่จะทำให้ภาพลักษณ์ขององค์การเภสัชกรรมเสื่อมเสียแต่อย่างใด mrna คือ

บทความแนะนำ