โมเดอร์นา วัคซีนลำดับ 4 ได้ขึ้นทะเบียน อย. จากประเทศไทย

โมเดอร์นา
โมเดอร์นา

จากกรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่า รพ.เอกชน สามารถดีลซื้อวัคซีนของ โมเดอร์นา กับผู้นำเข้าได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านองค์การเภสัชกรรม (อภ.) แต่หากซื้อเองไม่ได้ ให้มาแจ้งออเดอร์และวางเงินเพื่อให้ อภ.ซื้อแทน

วันที่ 14 พ.ค.64 นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช รองนายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน กล่าวว่า การซื้อวัคซีนของโมเดอร์นานั้น รพ.เอกชน สามารถดีลตรงกับทางบริษัทผู้นำเข้า คือบริษัทซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ได้เลย แต่ตอนนี้ทางบริษัทยังไม่มีวัคซีนส่งให้ วัคซีน

ด้าน นพ.เอื้อชาติ กาญจนพิทักษ์ ประธาน รพ.รามคำแหง กล่าวว่า ขณะนี้ รพ.หลายแห่งอยู่ระหว่างการสำรวจและรวบรวมจำนวนวัคซีนเพื่อให้กับทาง อภ.เป็นผู้สั่งซื้อให้ ซึ่งมีทั้งที่ต้องการหลักหมื่นไปจนถึงหลักล้านโดส เบื้องต้นคือจะมีวัคซีนให้ประมาณ ต.ค. นี้

ดังนั้นในช่วงนี้จึงอยากบอกกับประชาชนว่า อย่ารอ ซึ่งวัคซีนที่รัฐบาลจัดหาให้นั้นถือเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพดี หากได้รับสิทธิแล้วก็ขอให้ไปฉีด เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ประเทศจะได้ปลอดภัย แน่นอนว่าก็อาจจะส่งผลให้ประชาชนมาฉีดวัคซีนของเอกชนน้อยลง แต่ในภาวะนี้เราไม่อาจจะเห็นแก่ตัวได้ อีกทั้งตอนนี้ก็มีการศึกษาแล้วว่าการรับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว เข็มที่ 3 จะฉีดของยี่ห้ออะไรก็ได้ เหมือนกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ต้องมีการฉีดกระตุ้นทุกๆ ปี วัคซีนทั้งหมด

โมเดอร์นา
โมเดอร์นา

วัคซีนโมเดอร์นา อีกหนึ่งวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ผ่านการรับรองการขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แล้ว อย่าง “วัคซีนโมเดอร์นา” จากประเทศสเปน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2564-12 พฤษภาคม 2565

วัคซีนโมเดอร์นา เป็นวัคซีนสัญชาติอเมริกัน วิจัยและพัฒนาโดยบริษัท โมเดอร์นาฯ จากสหรัฐอเมริกาซึ่งก่อตั้งในปี 2553 วัคซีนดังกล่าวผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2564 ส่วนใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันโดยอย. ประเทศไทยนั้น ระบุว่า ชื่อยา “โมเดอร์นา วัคซีนโควิด-19 /COVID-19 VACCINE MODERNA ตามแบบ ย.1 เลขรับที่ 1C 90006/64 (NB) รูปแบบยา DISPERSION FOR INJECTION ลักษณะยา น้ำยากระจายตัวสีขาวถึงสีออกเหลืองอ่อน ประเภทยา เป็นยาควบคุมพิเศษ วัคซีน ผลข้างเคียง

วัคซีนนี้ผู้ที่ต้องการเข้ารับการฉีด จะต้องฉีดให้ครบ 2 โดส หรือ 2 เข็ม เช่นเดียวกับ วัคซีนซิโนแวกและแอสตร้าเซนเนก้า โดยทางบริษัทฯ ระบุว่า หากฉีดวัคซีนครบ 2 โดส จะสามารถป้องกันโควิดได้ถึง 1 ปี

ประสิทธิภาพวัคซีนโมเดอร์นา

ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention : CDC) ระบุว่าวัคซีนโมเดอร์นา ที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า  mRNA-1273 เป็นวัคซีนชนิด mRNA ซึ่งใช้เทคโนโลยีวัคซีนรูปแบบใหม่ พัฒนาขึ้นโดย บริษัท ModernaTX, Inc. โดยการฉีดนั้นต้องฉีดจำนวน 2 เข็มห่างกัน 1 เดือน (28 วัน) แนะนำให้ใช้กับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป วัคซีนชนิดนี้มีประสิทธิผลสูงในกลุ่มคนหลากหลาย ทั้งอายุ เพศ เชื้อชาติ และกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงในกลุ่มบุคคลที่มีโรคประจำตัว  ตัวเลขประสิทธิผลการทดสอบเฟส 3 สูงถึง 94.1% ซึ่งพอๆ กับวัคซีนของโนวาแวค และไฟเซอร์-บิออนเทค (ซึ่งไม่ได้ศึกษาในเวลาเดียวกัน) วัคซีนประเทศไทย

  • โดยเมื่อฉีดวัคซีนเข็มที่สองไปแล้ว 14 วัน มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดโรคได้ 94.1% ในกลุ่มประชากรทั่วไป 
  • ป้องกันการติดโรคได้ 86.4% ในกลุ่มผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป 
  • ช่วยลดความรุนแรงของโรค 100%
  • ลดอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ COVID-19 ได้ 100%
  • และจากข้อมูลทางห้องปฏิบัติการล่าสุด พบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ในระดับที่สูงพอที่จะยับยั้งสายพันธุ์ B.1.17 จากอังกฤษ และ B.1.351 จาก south Africa ซึ่งเป็น 2 สายพันธุ์ที่กำลังแพร่กระจายในสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ด้วย

อาการผลข้างเคียงจากวัคซีน โมเดอร์นา

ส่วนข้อมูลด้านความปลอดภัยจากกลุ่มประชากรวิจัย 15,000 คนนั้น พบว่าวัคซีนมีอาการข้างเคียงที่ยอมรับได้ เช่น อาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง ซึ่งสามารถหายได้เองภายใน 2 – 3 วัน ข้อมูลจาก CDC ของสหรัฐอเมริกา ยังพบรายงานเกี่ยวกับอาการไม่พึงประสงค์ทั่วไปประมาณ 0.03% ของประชากร ขณะที่โอกาสแพ้ยาแบบรุนแรง มีประมาณ 2.5 : 1,000,000 คน วัคซีนทางเลือก

ประเทศที่ใช้วัคซีนโมเดอร์นาอย่างแพร่หลายแล้วนั้นได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา กาตาร์ สิงคโปร์ เวียดนาม ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ ฯลฯ

นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ในฐานะคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19)  กล่าวว่า ที่ผ่านมาการประชุมร่วมเอกชน 3 สถาบัน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อปลายเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา มีข้อสรุปชัดเจนว่า ภาครัฐจะหาวัคซีนมาให้ครบ 100 ล้านโดส จากเดิมที่วัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า และซิโนแวค รวมกันประมาณ 65 ล้านโดส

บทความแนะนำ