โปรตุเกส ซัด ฮังการี 3-0 โรนัลโด้ ซัด 2 ในเกมประเดิมศึกยูโร 2020 ในกลุ่ม เอฟ

โปรตุเกส
โปรตุเกส

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา ในศึกชิงแชมป์ยุโรปแห่งชาติยุโรป 2020 หรือ ยูโร 2020 เป็นเกมการแข่งขันในกลุ่ม เอฟ ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่าง ฮังการี เจ้าภาพร่วมรอบแบ่งกลุ่ม ณ สนาม ปุสกัส อารีน่า เมืองบูดาเปสต์ พบเจอกับ โปรตุเกส แชมป์เก่าปี 2016

ในเกมนี้ มีแฟนบอลเข้ามาเชีนร์แทบเต็มความจุของสนาม ราว 67,000 คน โดยรัฐบาลของทางประเทศฮังการี ก็ได้อนุญาตให้กองเชียร์เข้ามา แต่ก็ต้องผ่านการตรวจเชื้อโควิด-19 และทุกคนในสนามต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้วเท่านั้น ยูโร 2020

ช่วงก่อนการแข่งขัน คริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ได้มาร่วมแถลงข่าวกับ แฟร์นานโด ซานโตส เทรนเนอร์ทีมชาติชาวโปรตุเกส โดยทาง โรนัลโด้ ได้หยิงน้ำอัดลม 2 ขวด ยี่ห้อหนึ่งเลื่อนออกไปวางไว้ไกลตัว พร้อมทั้งหยิบน้ำเปล่าขึ้นมาชูให้กับนักข่าวได้เห็นแล้วพูดว่า água แปลว่าน้ำเปล่า ที่จะสื่อว่าควรดื่มน้ำเปล่ามากกว่าน้ำอัดลม ยูโร 2020

โปรตุเกส
โปรตุเกส

งานนี้ทำให้ส่งผลเสียแบรด์ลบต่อสินค้าแบรด์ โคคา-โคล่า จากการรายงานของ มาร์ก้า สื่อยักษ์ใหญ่ในสเปน โดยสื่อตีข่าวเอาไว้ว่า หลังจากที่คลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไปได้เพียงแค่ 30 นาที ราคาหุ้นของ โคคา-โคล่า ก็ตกลดฮวบอย่างน่าใจหาย ในทันทีที่ทางตลาดหุ้นยุโรป

เปิดตัวในเวลา 15:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หุ้นของบริษัท โคคา-โคล่า ในตลาด ลดมากถึง 1.6 เปอร์เซ็นต์ จากมูลค่ากว่า 242,000 เหลือเพียง 238,000 ล้านเหรียญ ขาดทุนไปถึง 4 พันล้านเหรียญ ข่าว คริสเตียโน่ โรนัลโด้

สำหรับที่ผ่านมา โรนัลโด้ จูเนียร์ ลูกชายคนโตของ โรนัลโด้ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ” บางครั้งผมก็มีปัญหากับเขา เพราะเขาชอบดื่มน้ำอัดลม ผมทะเลาะกับเขาตอนที่เขากินมันฝรั่งทอด ซึ่งเขาก็รู้ว่าผมไม่ชอบกิน ” ข่าว คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ทางด้านของบริษัท โคคา-โคล่า ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวของกัปตันทีมชาติโปรตุเกส ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสินค้า แต่ก็เชื่อว่าพวกเขาไม่น่าจะมีความสุขหลังจากเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นแน่นอน โดยพวกเข้าถือเป็น สปนเซอร์หลักรายใหญ่ ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมาตั้งแต่ปี 1988 เลยทีเดียว

ในช่วงต้นเกม โปรตุเกส เป็นฝ่ายเริ่มได้ดีกว่า เป็นการบุกใส่เจ้าถิ่นอย่างต่อเนื่อง ไม่สนใจเสียงเชียร์ของแฟน ๆ ในสนามเลยแม้แต่น้อย แต่ยังหาจังหวะการจบสกอร์แบบเน้น ๆ ไม่ได้ ทำได้เพียงแค่เฉียดไปเฉียดมาเพียงเท่านั้น สุดท้ายก็ยังไม่สามารถมีใครทำอะไรกันได้ จนจบ 45 นาทีแรก เสมอกันไป 0-0 จบครึ่งแรก ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020

ในครึ่งหลัง ยังเป็นเหมือนครึ่งแรก ฝ่ายโปรตุเกส บุก ฮังการี เพียงฝ่ายเดียว แต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูได้ ในขณะเดียวกัน ทางฝั่ง ฮังการี ก็ได้มาเน้นทางตั้งรับฝ่ายเดียว และรอโอกาสดี ๆ ที่จะสวนกลับเพียงเท่านั้น แต่ก็ยังไม่มีจังหวะที่จะทำประได้ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020

จนถึงในนาทีที่ 84 โปรตุเกสสามารถทำประตูได้ จากจังหวะที่ ราฟา ซิลวา ที่เป็นตัวสำรอง หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนจะเตะเข้ากลางมาให้ ราฟาเอล เกอร์เรโร่ ซัดเต็มซ้ายบอลไปฉแลบการตั้งรับของ ฮังการี ก่อนที่บอลจะกระเด้งเข้าประตูไป เป็น 1-0 ประตู

โปรตุเกส
โปรตุเกส

ต่อมาในนาทีที่ 86 โปรตุเกสได้จุดโทษ จากจังหวะของ ราฟา ซิลวา หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนที่จะโดน วิลลี ออร์บาน ดึงล้มไป และเป็นถึงทีของ คริสเตีนโน่ โรนัลโด้ ที่สามารถเตะจุดโทษเข้าประตูไปได้อย่างสวยงาม ถือเป็นประที่ 105 ในขณะที่เขาเล่นให้กับทีมชาติ ยูฟ่า ยูโร 2020

และเป็นประตูที่ 10 ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ทำให้ขณะนี้โปรตุเกส นำเป็น 2-0 ประตู จากนั้นอีกไม่นานในนาทีที่ 90+3 โปรตุเกสทิ้งห่าง จากจังหวะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ส่งบอลชิ่งให้กับ ราฟา ซิลวา จนหลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษฝั่ง ฮังการี ได้

ก่อนจะซัด เข้าไปอีก 1 เป็นประตู 3-0 เป็นประตูที่ 106 ในนามทีมชาติของ โรนัลโด้ และเป็นประตูที่ 11 ในซึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปอีกด้วย จบเกมโปรตุเกส ซัด ฮังการี 3-0

โดย 2 ประตูของเกมนี้เป็นของ คริสเตีโน่ โรนัลโด้ ทำให้เขาสามารถทำลายสถิติของ มิเชล พลาตินี่ ที่ทำไว้ 9 ประตู ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ขึ้นไปเป็นตำแหร่งดาวยิงสูงสุดของ ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปที่ทำไว้จำนวน 11 ประตู ยูฟ่า ยูโร 2020
โปรตุเกส
โปรตุเกส

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม โปรตุเกส และ ฮังการี

ฮังการี : ปีเตอร์ กูลาคชี ,วิลลี ออร์บาน ,เอ็นเดร บ็อตกา ,ลาสซ์โล เคลนไฮส์เลอร์ ,อันดราส เชเฟอร์ ,เจอร์โจ เลิฟเรนซิชส์ ,โรแลนด์ ซัลลาย ,อัตติลา ฟิโอลา ,อัตติล่า ซาลาย ,อดัม ซาลาย ,อดัม นากี

โปรตุเกส : รุย ปาทริซิโอ ,คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ,บรูโน่ แฟร์นันเดส ,ราฟาเอล เกอร์เรโร่ ,เนลสัน เซเมโด ,ดิโอโก โชตา ,รูเบน ดิอาส ,วิลเลียม คาร์วัลโญ่ ,เปเป้ ,แบร์นาร์โด ซิลวา ,ดานิโล เปเรยร่า

บทความแนะนำ