โครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้

โครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้
โครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้

โครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้ เนื่องจากสถานะการณ์ การแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ในปัจจุบันส่งผลให้ประเทศไทย ได้รับผลกระทบอย่างมากประสบปัญหาต่างๆ มากมาย ดังนั้นรัฐบาลจึงหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ดีขึ้น โดยจัดทำโครงการช่วยเหลือปากท้องพี่น้องประชาชน สำหรับคนที่ว่างงาน ตกงาน ไม่มีรายได้เข้ามา รวมไปถึงพ่อค้าแม่ค้า โครงการของรัฐบาลมีอะไรบ้าง

จึงมีโครงการเพิ่มขึ้นมา คือ โครงการยิ่งใช้ ยิ่งได้ แน่นอนว่าจะเปิดให้ประชาชนได้ลงทะเบียนกันเร็วๆ นี้ ผ่านเว็ปไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com เริ่มวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ 2564 นี้ เป็นต้นไป เวลา 06.00 – 22.00 น. จะเริ่มใช้จ่ายได้จริง วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 นี้ โดยเป้าหมายตั้งไว้อยู่ที่ 4 ล้านสิทธิ์

โครงการนี้สามารถใช้ซื้ออะไรได้บ้าง มาดูกัน

เครื่องดื่ม อาหาร สินค้าทั่วไป ทำเล็บ ทำผม หรือ ทำสปา แต่ยกเว้นเครื่องดื่มเเอลกอฮอล บุหรี่ บัตรกดเงินสด และ สลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นต้น

ส่วนการชำระค่าบริการจะต้องชำระผ่านช่องทางแอผพลิเคชั่นกระเป๋าตังเท่านั้น ผ่าน ระบบที่ชื่อว่า กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ เท่านั้น ผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมของการของรัฐได้ทุกร้าน พี่น้องประชาชนจะได้รับเงินในรูป e-Voucher   หรือ บัตรกำนันอิเล็กทรอนิกส์   โครงการของรัฐ

สำหรับวงเงินใช้จ่ายจะต้องไม่เกิน 60,000 บาท ต่อคน และยอดที่ใ้ชจ่ายคำนวณแล้วจะต้องไม่เกิน 5,000 บาท ง่ายๆ คือ ต่อคนจะได้รับสิทธิ์ไม่เกินยอด 7,000 บาท รายละเอียดดังต่อไปนี้

1.ประชาชนใช้จ่าย 40,000 บาท จะได้รับร้อยละ 10 ขอดยอดใช้จ่าย ก็เท่ากับว่าจะได้ 4,000 บาท/ต่อคน

2.ประชาชนใช้จ่าย 60,000 บาท จะได้รัยร้อยละ 15 ของยอดใช้จ้าย ก็เท่ากับว่าจะได้ 6,000 บาท/ต่อคน

  • รัฐบาลจะจ่ายคืนให้ในแอปพลิเคชั่นกระเป๋าตังเท่านั้น ไม่เกินวันที่ 7 ของเดือน และสามารถใช้แลกเป็นเงินสดได้ด้วย

โครงการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ถ้าหากว่าประชาชนเข้าร่วมโครงการนี้ทั้งหมดเต็ม 4 ล้านคน ก็จะทำให้ยอดเงินเศรษฐ์กิจของประไทศไทยมี 240,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

โครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้ สำหรับประชาชนที่ทำการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ก็จะได้รับข้อความแจ้งเตือน ผ่าน sms ภายใน 3 วัน ลงทะเบียนสำเร็จ กับ ลงทะเบียนไม่สำเร็จ และก่อนจะใช้สิทธิ์ครั้งแรก ประชาชนจะต้องทำการยืนยันตัวตนก่อน ในแอปพลิเคชั่นกระเป๋าตัง และ หลังจากที่ยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วสามารถใช้สิทธิ์ครั้งแรกได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อของ ชำระสินค้า หรือ บริการ ก็ได้ทั้งหมด เช่น อาหาร เครื่องดื่ม สปา ทำเล็บ ทำผม ยกเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล บุหรี่ กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ วงเงินจะต้องไม่เกิน 60,000 บาทต่อคน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฏาคม ไปจนถึง 30 กันยายน พ.ศ 2564 โครงการของรัฐบาลปัจจุบัน

ข้อห้าม
ข้อห้าม

โครงการ ยิ่งใช้ ยิ่งได้ คืออะไร ไปทำความรู้จักกัน

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อประชาชนที่มีรายได้พอสมควร และ พอที่จะมีกำลังซื้อ และ ยังสนับสนุนผู้ประกอบการที่ได้มีการจดทะเบียนภาษีเรียบร้อยแล้ว

การลงทะเบียนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

กลุ่มที่ 1 ผู้ประกอบการหรือร้านค้า ที่ได้ทำการจดภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว

กลุ่มที่ 2 ประชาชนที่ทำการลงทะเบียน ผ่านช่องทาง แอปพลิเคชั่นเป๋าตัง หรือ เว็บไซต์  www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com

ใครบ้างที่สามารถเข้าร่วมโครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้

1.ต้องเป็นคนไทยเท่านั้น และ มีสัญชาติไทย มีบัตรประชาชน และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

2.ไม่เป็นผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน

3.ต้องไม่ได้เป็นผู้ที่ได้รับเงินผู้พิการ และ เงินผู้สูงอายุ

4.คนที่เคยลงทะเบียนคนละครึ่งเฟสที่ 3

5.การใช้สิทธิ์ต้องใช้ซื้อ และ ชำระสินค้า กับ ร้านที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น

โครงการนี้ยกเว้น ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการ ม.33 เราชนะ เรารักกัน และ โครงการต่างๆ ของรัฐ

วิธีการสมัคร

ประชาชนสามารถทำการสมัครผ่านเว็ปไซต์ www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com ซึ่งจะเปิดให้บริการวันที่ 21 มิถุนายน นี้ เป็นวันแรก สามาถลงทะเบียนได้ทุกวัน จนกว่าจะเต็ม 4 ล้านคน เวลา 06.00 – 22.00 น.

วิธีการรับเงิน

ในการชำระค่าบริการสินค้า จะต้องชำระผ่านแอปพลิเคชั่นกระเป๋าตังเท่านั้น โดยเข้าแปพลิเคชั่นกระเป๋าตัง จากนั้นไปที่ G – Wallet และชำระการบริการกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการนี้ หากประชาชนท่านใดต้องการใช้ยอดเต้มจไนวน 7,000 บาท ก็จะต้องมีการจ่ายสินค้า 60,000 บาทขึ้นไปเท่านั้น และ หลังจากนั้นทางรัฐบาลจะจ่ายเงินคนให้ ทุกๆ วันที่ 7 ของเดือนถัดไป ยอดรับ 10-15% ของยอดค่าใช้จ่าย

แจก 7,000 บาท แต่ต้องจ่ายให้ถึง 60,000 ก่อน
แจก 7,000 บาท แต่ต้องจ่ายให้ถึง 60,000 ก่อน
วิธีการใช้สิทธิ์

ง่ายๆ เลย คือ ประชาชนต้องนำเงินตัวเองซื้อสินค้าก่อน แล้วรัฐบาลจะจ่ายเงินคืนให้ ทีหลัง 10-15% ของเงินที่ซื้อไป ให้ต่อคนไม่เกิน 7,000 บาท

1.ยืนยันตนตน ด้วยบัตรประจำตัวประชาชนก่อน ถึงจะสามารถใช้สิทธิ์ได้

2.ในการซื้อสินค้าต่างๆ ตามเงื่อนไข จะต้องทำการชำระผ่านแอปะลิเคชั่นกระเป๋าตัง

3.หลังจากที่ทำการยืนยันตัวตน และ ซื้อสินค้าเรียบร้อยแล้ว จะได้รับ e – Voucher

4.e – Voucher ที่ได้รับมาแล้วจะสามารถใช้ได้ทุกๆ วันที่ 7 ของเดือน

5.แอปพลิเคชั่นกระเป๋าตัง จะสามารถใช้ได้ ตั้งแต่เวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกๆ วัน

ยิ่งใช้ยิ่งได้ ซื้ออะไรได้ ซื้ออะไรไม่ได้บ้าง

ประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ ชำระค่าบริการอาหาร เครื่องดื่ม นวด สปา เล็ป ผม ได้หมด เฉพาะกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้นนะ และสิ่งที่ไม่สามารถใช้ได้ คือ เหล้า เบียร์ บุหรี่ สิ่งมืนเมาทุกอย่าง รวมไปถึงสลากกินแบ่งรัฐบาลด้วย

บทความแนะนำ