เยอรมัน โหดถล่ม โปรตุเกส 4-2 เก็บ 3 แต้มในศึกยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่มกลุ่ม เอฟ นัดที่ 2

เยอรมัน
เยอรมัน

วันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2020 เป็นการพบกันระหว่างทีมชาติ โปรตุเกส พบกับ ทีมชาติ เยอรมัน ที่ สนามอัลลิอันซ์ อารีน่า ประเทศเยอรมนี โดยผลงานในนัดแรกของทั้งสองทีมนั้นทีมชาติโปรตุเกส ถล่ม ทีมชาติฮังการี ไป 3-0 ประตู ในขณะที่ ทีมชาติเยอรมัน แพ้ให้กับ ทีมชาติฝรั่งเศษ 1-0 ประตู

โดยการแข่งขันในครึ่งแรกนั้นเริ่มมาได้เพียงแค่ 5 นาที ทางฝั่งของทีมชาติ เยอรมัน เกือบทีมจะทำประตูขึ้นนำได้ โดย มัททีอัส กินเทอร์ แบ็คหลังทีมชาติเยอรมัน ได้ทำการครอสบอลฝั่งขวาเข้าเขตโทษส่งบอลไปให้ โรบิน โกเซนส์ ที่ลอยตัวรอซัดบอลจากทางด้านซ้าย ซัดเต็มข้อเข้าประตูไป

แต่ VAR แจ้งว่า แซร์จ นาบรีย์ นั้นอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าอยู่ก่อนแล้ว จึงทำให้ทีมชาติเยอรมันยังไม่สามารถทำประตูนำได้ต่อมาในนาทีที่ 10 ไค ฮาแวทซ์ กองกลางตัวรุกทีมชาติเยอรมัน ได้ทำการซัดด้วยซ้ายจากหน้ากรอบเขตโทษ

แต่ทางผู้รักษาประตูทีมชาติโปรตุเกสอย่าง รุย ปาตรีซียู สามารถพุ่งปัดออกไปได้ทัน และ ในนาทีที่ 13 โทมัส มุลเลอร์ กองหน้าสุดโหดจากบาเยิล วอลเลย์จากนอกกรอบเขตโทษ แต่ทว่า รุย ปาตรีซียู ก็ยังสามารถรับบอลไว้ได้ ยูโร 2020
เยอรมัน
เยอรมัน

จนกระทั้งนาทีที่ 15 กลายเป็นว่าทีมชาติโปรตุเกสเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำก่อน จากจังหวะสวนกลับของ เบอร์นาร์ดู ซิลวา เปิดบอลไกลส่งขึ้นหน้าไปให้ ดีโยกู ฌอต้า กองหน้าจากลิเวอ พักอก แล้วส่งบอลให้

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เตะบอลแปแบบจ่อ ๆ ที่หน้ากรอบประตู เข้าไปแบบง่ายดาย จึงทำให้ทีมชาติ โปรตุเกส ขึ้นนำไปก่อน 1-0 ประตู ถัดมาในนาที 18 โรบิน โกเซนส์ ได้โอกาสยิง แต่บอลยังพุ่งไปไม่แรงพอเข้ามือผู้รักษาประตู รุย ปาตรีซียู อดได้ประตูในจังหวะ

ถัดมาในนาที 22 รูเบน ดิอาส ขึ้นโหม่งบอลไปที่หน้าประตู แต่ก็ไม่มีใครขึ้นชาร์จได้ทัน ยูฟ่า ยูโร 2020

จนในนาทีที่ 35 เยอรมันก็สามารถตามตีเสมอได้จากจังหวะที่ โยชัว คิมมิช กองกลางสัญชาติเยอรมัน ส่งบอลไปที่เสาไกลให้ โรบิน โกเซนส์ โชว์สกิลวอลเลย์เข้ากลางกรอบ

แล้วเป็นกองหลังโปรตุเกส รูเบน ดิอาส ที่กำลังตามประกบตัวของ ไค ฮาแวทซ์ ที่สกัดบอลพลาดไป ส่งผลให้บอลเข้าประตูฝั่งตัวเอง ทำให้สกอร์ของทีมชาติเยอรมันตีเสมอมาได้ 1-1 ประตู

จากนั้นอีกเพียง 4 นาทีต่อมาในนาทีที่ 39 ก็มีประตูขึ้นนำของเยอรมันพริกแซงได้อย่างรวดเร็ว โดย โทมัส มุลเลอร์ ส่งบอลสูงไปที่หน้าประตู ไค ฮาแวทซ์ รุกหน้าม่วนตัวตวัดบอล ผ่านไปให้ โจชัว คิมมิช โยชัว คิมมิช บุกหักเข้ากลางกรอบเขตโทษ ยูฟ่า ยูโร 2020
เยอรมัน
เยอรมัน

ทำให้จบครึ่งเวลาแรกทีมชาติ เยอรมนี นำ ทีมชาติโปรตุเกส ไปก่อน 2-1 ประตูเริ่มครึ่งหลังในนาทีที่ 51 ทีมชาติเยอรมันได้ประตูที่สาม ในจังหวะที่ โรบิน โกเซนส์ เปิดบอลเข้ากลางไปให้ ไค ฮาแวทซ์ รุกขึ้นหน้าแปบอล เข้าประตูไปอย่างเรียบ ๆ

ทีมชาติเยอรมัน นำอีก 3-1 ประตูถัดมาเป็นจังหวะลุ้นนาทีที่ 54 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลองยิงฟรีคิกระยะไกลดู แต่ข้ามหัวกำแพงเหินข้ามกรอบประตูออกหลังไป ฟุตบอล ยูโร 2020

แล้วเป็นทาง ราฟาแอล กึร์เรรู ที่สกัดบอลผิดพลาด ทำให้บอลเข้าโกลตัวเองอีกประตู ทำให้ทีมชาติเยอรมัน ขึ้นนำไปก่อน 2-1 ประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในครึ่งแรก แซร์จ นาบรีย์ ปีกทีมชาติเยอรมัน ได้จังหวะยิงซ้าย แต่ผู้รักษาประตูมือกาวอย่าง รุย ปาตรีซียู ยังพุ่งปัดไว้ได้

จนในทีสุด เยอรมัน ก็ได้ทิ้งห่างอีกจาก โยชัว คิมมิช กองกลางสัญชาติเยอรมัน ผ่านบอลเข้ากรอบเขตโทษ แล้วเป็นทาง โรบิน โกเซนส์ ที่เป็นผู้สังหารโหม่งบอลเข้าประตูตุงตาข่าย กลายเป็น 4-1 ประตู นำโปรตุเกสแบบทิ้งฝุ่น ฟุตบอลยูโร 2020

เยอรมัน
เยอรมัน

แต่ทางทีมชาติโปรตุเกสเองก็ยังรุกหน้าต่อเนื่อง จนสามารถทำประตูตีตื้นขึ้นมาได้ในนาทีที่ 67 จากฟรีคิกของ ฌูเวา โมตีนโญู่ เปิดบอลเข้าเส้นหลังให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แตะบอลย้อนผ่านมายังหน้าประตูให้ ดีโยกู ฌอตา ซัดบอลจ่อหน้าประตูตุงตาข่ายไป ไล่ตามขึ้นมาเป็น 2-4 ประตู

ต่อมาในนาทีที่ 79 เรนาโต้ ซานเชส มาเป็นตัวสำรองกองกลาง ได้ลองซัดเข้าเต็มข้อตรงหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลพุ่งไม่เข้ากรอบชนเสาเกือบได้ประตูไปอย่างน่าเสียดายจนหมดเวลาการแข่งขันทั้ง 2 ทีมยังคงรุกไปรุกมาอย่างเมามันส์ ฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป

จบการแข่งขันทีมชาติเยอรมัน เอาชนะ ทีมชาติโปรตุเกสไปได้ด้วยสกอร์ 4-2 ประตู สามารถเก็บ 3 แต้มไปทำให้ ขยับจากรองจ่าฝูง ของกลุ่ม เอฟ ขณะที่ทีมชาติโปรตุเกส ตกอันดับไปอยู่อันดับ 3 จากประตูที่ได้เสียของทั้งสองทีม ยังคงต้องลุ้นในนัดสุดท้ายเพื่อที่จะเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนามของทีมชาติ เยอรมัน กับ โปรตุเกส

เยอรมนี : มานูเอล นอยเออร์ ,โรบิน โกเซนส์ ,มัตส์ ฮุมเมลส์ ,แซร์จ นาบรี้ ,โจชัว คิมมิช ,โธมัส มุลเลอร์ ,อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ,ไค ฮาแวร์ตซ์ ,มัทเธียส กินเทอร์ ,โทนี่ โครส ,อิลคาย กุนโดกัน

โปรตุเกส : รุย ปาทริซิโอ ,คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ,เปเป้ ,ดานิโล่ เปไรร่า ,เนลซอน เซเมโด้ ,ดิโอโก้ โชต้า ,วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ ,รูเบน ดิอาส ,แบร์นาโด้ ซิลวา ,ราฟาเอล เกร์เรโร่ ,บรูโน่ แฟร์นันด์ส

บทความแนะนำ