เผ่าทอง ทองเจือ นักโบราณคดีชื่อดัง ประกาศขายสมบัติเก่าผ่านเฟสบุ๊ค

เผ่าทอง ทองเจือ
เผ่าทอง ทองเจือ

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา อ.เผ่าทอง ทองเจือ นักโบราณคดีและพิธีกรชื่อดัง ประกาศไลฟ์สดขายสมบัติเก่า ที่มีทั้งเครื่องประดับอัญมณี ถ้วยชาม และของโบราณเป็นจำนวนมาก ทีมข่าว พูดคุยกับ อ.เผ่าทอง ถึงที่มาที่ไปของการเปิดขายสมบัติครั้งนี้

อ.เผ่าทอง นั้นยอมรับว่า ปัจจัยหลักคือผลกระทบจากโควิด-19 ประกอบกับรู้สึกว่าตัวเองแก่ลงทุกวัน เก็บสมบัติไว้ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร โดยการเปิดกรุครั้งนี้ พร้อมโลหะ ทุกอย่างที่มีคนอยากซื้อ รวมถึงบ้านย่านสุขุมวิท และที่ดินอีกหลายแห่ง เผ่า ทอง ทอง เจือ มะเร็ง

ทางตนนั้นได้ไลฟ์สดผ่าเฟซบุ๊คเพจ เปิดตำนานกับเผ่าทอง ทองเจือ ว่าเตรียมจะทลายกรุสมบัติส่วนตัวเพื่อขายของสะสมที่เก็บมาเป็นเวลานาน โดยโพสต์ข้อความว่า “เป็นคนบ้าสมบัติตั้งแต่เป็นวัยรุ่น สมัยตั้งแต่ยังไม่มีโทรศัพท์ไร้สาย ไม่เคยเที่ยวเตร่แบบวัยรุ่นหรือวัยทีน ชอบสะสมของโบราณ ของสวยงาม แก้วแหวนเงินทอง มาตั้งแต่เล็กๆ” เผ่า ทอง ทอง เจือ มะเร็ง

พร้อมโพสต์ข้อภาพที่มีข้อความว่า

เมื่อมีพบ…ก็มีพราก
เมื่อมีเจอ…ก็มีจาก

สำหรับ เผ่าทอง ทองเจือ หรือที่รู้จักกันในนาม อาจารย์เผ่าทอง เป็นนักประวัติศาสตร์ไทย นักโบราณคดี พิธีกรและวิทยากรผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไทย โดยอาจารย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องผ้าไทยและเป็นเจ้าของ ห้องเสื้อผ้าเผ่าทอง ทองเจือ หรือ Paothong’s PRIVATE COLLECTION ที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงเป็นนักสะสมของเก่าระดับแถวหน้าของประเทศไทยอีกด้วย

อาจารย์เผ่าทองมีโรงงานเย็บผ้า และร้านขายสินค้าจากผ้า ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ขายไม่ได้ ทุกวันนี้แบกรับภาระการจ่ายเงินให้ลูกน้องเท่าเดิม อีกอย่างคือ รู้สึกว่าตนเองนั้นแก่ลงทุกวัน และสุขภาพร่างกายก็ไม่แข็งแรง เคยเกิดอาการหัวใจวาย มีโรงมะเร็งด้วย อาจารย์กล่าวต่อว่า ไม่รู้ว่าตนเองนั้นจะตายวันไหน ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้ แล้วก็ไม่รู้จะแบ่งทรัพย์สินให้ลูกหลานอย่างไร เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจคุณค่าของเก่า จึงคิดที่อยากจะนำของมาขายเก็บเป็นเงินสดดีกว่า หากมีอะไรขาดเหลือจะได้จ่ายเงินเดือนให้ลูกน้องได้

โดยก่อนหน้านี้ อาจารย์เผ่าทอง ได้โพสต์บอกเล่าถึงอาการปวดหลัง ที่เป็นมานานแต่ยังไม่หายดี โดยล่าสุดกลับมาปวดหลังอีกครั้ง โดยเขียนระบุเอาไว้ว่า “ยังปวดหลังไม่หาย แม่จะค่อยๆดีขึ้นก็ตาม จึงยังคงนอนกับพื้นไม้กระดาน เอาหมอนรองใต้ข้อพับเข่า เพื่อให้หลังแนบ ลงกับพื้น ก็รู้สึกสบายขึ้น คลายปวดหลังไปได้มาก ระหว่างที่ตนกำลังนอนปวดหลังบนไม้กระดานอยู่นั้น

ก็ได้แต่คิดมาตลอดว่า สมบัติพัสถานต่างๆ เป็นของที่ถ่วงจิตถ่วงใจเราเอาไว้ เป็นภาระที่ต้องดูแลรักษาอย่างยิ่ง ในยามเจ็บไข้ได้ป่วย หรือในยามเข้าสู่วัยชรา ของเหล่านี้ ไม่ได้ช่วยให้เราแข็งแรงหรือมีความสุขขึ้นได้เลย จึงตัดสินใจที่จะไลฟ์สดผ่านเฟสบุ๊ค ทยอยขายสมบัติเหล่านั้น ไปเรื่อยๆ จะเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 11 มิถุนายนนี้ เวลา 18.00 น. เชิญรับชมและร่วมอุดหนุนได้ครับ” เผ่า ทอง ทอง เจือ แต่งงาน

ซึ่งสมบัติที่จำนำมามีทั้ง เครื่องประดับอัญมณีต่างๆ รวมถึงเครื่องเงิน และถ้วยชามเบญจรงค์ โดยตั้งราคาถูกกว่าท้องตลาด เพื่อแบ่งปันให้คนจับต้องได้ เพราะเมื่อตั้งใจจะขาย ก็อยากให้สมบัติเหล่านี้ไปอยู่กับคนที่มีใจรักของเก่าเช่นเดียวกับตนเอง เผ่า ทอง ทอง เจือ แต่งงาน

โดยพร้อมจะขายทุกอย่างรวมถึงบ้านที่สุขุมวิท และที่ดินในต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ลำพูน ก็พร้อมเปิดให้เสนอราคา หากมีผู้ที่ให้ราคาพอใจก็ยินดีขาย โดยทรัพย์สินทั้งหมดไม่เคยถูกประเมินว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ เพราะมีจำนวนมากจนคาดว่าขายยังไงก็ไม่หมด เผ่าทองทองเจือ pantip

สำหรับอาการปวดหลังของเผ่าทองนั้น เจ้าตัวเขียนเล่าไว้ว่า อาการปวดหลังนั้นเป็นเพราะ กระดูกสันหลังเคลื่อน ที่เป็นมาตั้งแต่อายุ 18 ตอนนั้นเรียนปี 1 คณะโบราณคดีมหาวิทยาลัยศิลปกร และไปขุดค้นโบราณสถาน ที่บ้านคูเมือง จังหวัดสิงห์บุรี โดยปรากฏว่า ตนโดนต้นมะขามยักษ์ ที่รุ่นพี่โค่นบนยอดเจดีย์ ล้มผิดทางลงมาทับ อาจารย์เผ่าทอง และเพื่อนๆ จนเจ้าตัวสลบ และหัวแตก เผ่าทองทองเจือ pantip
เผ่าทอง ทองเจือ
เผ่าทอง ทองเจือ

ผลจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น เป็นเวรกรรมติดตัวมาจนถึงปัจจุบัน ที่คอยจะปวดหลังอยู่เรื่อยๆ แต่ก็มีวิธีแก้ง่ายๆ คือลงมานอนบนกระดาษแข็ง 2-3 คืนก็หาย

ในอดีต อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ คือหนุ่มหล่อหน้าตาดี ผิวเข้ม ความสูง 186 เซนติเมตร ชายคนนี้มีความสามารถหลากหลายเคยเป็นทั้งนายแบบชื่อดังขึ้นปกนิตรยาสารมากมาย พิธีกรรายการโทรทัศน์ นักแสดง ที่ปรึกษากรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะ ผู้เชี่ยวชาญ นักประวัติศาสตร์ไทย นักโบราณคดี เป็นทั้งวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมและอาจารย์ประวัติศาสตร์ไทย อดีตเคยเป็นคณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าโบราณจากทั่วโลก เผ่าทอง

อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ เป็นคนที่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงของโลก เมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่กับคนรุ่นใหม่ แต่ขณะเดียวกันก็ชอบย้อนรอยวัฒนธรรมประเพณีเก่าแก่โบราณ ทำให้ต้องจัดชีวิตให้สมดุลอยู่ทุกเวลานาทีเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนภายในจิตใจ บรรยากาศที่อาจารย์เผ่าทองเล่าทำให้นึกถึงนวนิยายเรื่อง รอยไหม จากบทประพันธ์ของ ‘พงศกร’ ที่เคยเป็นละครทางสถานีโทรทัศน์ช่อง ๓ เรรินสนใจผ้าโบราณ เมื่อได้ชมผ้าผืนหนึ่งที่ยังทอไม่เสร็จ เพียงเห็นผ้าผืนนั้นเหมือนตกอยู่ในภวังค์ เธอเริ่มต้นนั่งทอผ้าและได้พบกับชายแปลกหน้าในยามวิกาล ทำให้เธอหลุดไปสู่อีกมิติหนึ่งและได้รู้จักเจ้านางมณีรินเจ้าหญิงจากแคว้นเชียงตุงที่ถูกส่งตัวมายังเชียงใหม่เพื่อเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าศิริวัฒนา เผ่าทอง

ผ้าทุกชิ้น ที่อาจารย์เผ่าทองสะสมจะให้ความรักเสมือนหนึ่งเป็นลูกๆ ที่ต้องเลี้ยงดูฟูมฟัก บางครั้งจะแอบลำเอียงอยู่บ้าง แต่ถึงเวลาก็ต้องให้ความรักเท่าๆกัน ผ้าเก่าพวกนี้ต้องซักด้วยมือใช้แชมพูเด็ก เอาน้ำใส่กะละมังผ้าปูลงไปกดให้จมน้ำแช่ทิ้งไว้ถึงหนึ่งชั่วโมง สิ่งสกปรกจะค่อยๆออกมา ใช้ฝาชีเป็นกระชอนช้อนผ้า เปลี่ยนน้ำเอาแชมพูลงไปตีในน้ำ เอาผ้าไปแช่เอามือกดเหมือนการนวดผ้าบนฝาชี สิ่งสกปรกน้ำดำๆก็จะออกมา เปลี่ยนเป็นน้ำสองน้ำสาม ใช้ฝาชียกใส่ในน้ำสะอาด เขย่า ส่ายและนวด

อาจารย์เผ่าทองกล่าวคำคมว่าความสุขนั้นไม่ต้องเอื้อมคว้า ทว่าทุกวันนี้ได้นั่งอยู่บนกองเงินกองทองแห่งความสุข ถ้ายังเอื้อมอยู่แสดงว่ายังไม่ได้ กองเงินกองทองของความสุขในความหมายที่แท้จริงคือความสุขที่ตัวเองเป็นผู้เลือกเองทั้งหมด “ทุกวันนี้ถือว่าใช้ชีวิตอยู่กับความสุขที่เลือกได้ เพราะเลือกที่จะทำแต่ในสิ่งที่ตัวเองรักโดยลาออกจากราชการมาทำงานภาคเอกชน เป็นที่ปรึกษาไทยธนาคาร ผมเบื่อที่จะสอนหนังสือแล้ว เพราะทำมา ๓๐ ปี แต่เลิกสอนไม่ได้ คือโรงเรียนจิตรลดา และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เขาชะโงก สอนประวัติศาสตร์ไม่เกี่ยวกับเรื่องผ้า ทั้งสองแห่งนี้สอนฟรีไม่ได้รับเงิน” รายการเผ่าทอง ทองเจือ

อาจารย์เผ่าทองมีความผูกพันกับผ้าไทยนับตั้งแต่เกิดและจำความได้ว่า พระยาไพชยนต์เทพ (ทองเจือ ทองเจือ) และ ท้าวอนงค์รักษา (พร้อง ทองเจือ) คุณปู่ และคุณย่าถวายงานรับใช้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๗ เมื่อรัชกาลที่ ๗ เสด็จสวรรคต คุณย่าถวายงานรับใช้สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เป็นข้าราชบริพารในสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ส่งผลให้อาจารย์เผ่าทองได้เข้าเฝ้าฯ ที่วังศุโขทัยทุกสัปดาห์ วิ่งเล่นอยู่ในวังท่ามกลางบรรยากาศมหาดเล็กชาววังสวมใส่ผ้าโจงกระเบนสีน้ำเงิน ผ้าม่วงไหมจากประเทศจีนเนื้อทิ้งรีดเรียบพร้อมอัดกลีบ ส่วนเจ้านายใช้ผ้าไทยฉลองพระองค์ชุดลำลองด้วยผ้าซิ่นไหม เสื้อผ้าไหม เสื้อโขมพัตรพิมพ์ลายล้วนเป็นภาพพิมพ์ใจในวันวารจนถึงวันนี้ รายการเผ่าทอง ทองเจือ

บทความแนะนำ