เงินสงเคราะห์บุตร

เงินสงเคราะห์บุตร

เงินสงเคราะห์บุตร คือ เด็กอายุแรกเกิด จนถึง 6 ปีบริบูรณ์ จำนวนคราวละไม่เกิน 2 คน (บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมหรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่น) ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณี สงเคราะห์บุตรสำหรับบุตรซึ่งมีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์ เว้นแต่ผู้ประกันตนวันที่ 30 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงแรงงานเริ่มทยอยจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรให้กับผู้ประกันตน ที่มีบุตรอายุตั้งแต่แรกเกิด-6 ปี ครั้งละไม่เกิน 3 คน หลังปรับเพิ่มจากเดือนละ 600 บาท เป็น 800 บาท เงินสงเคราะห์บุตร โดยเป็นการจ่ายเงินในส่วนที่ปรับเพิ่มขึ้น ย้อนหลัง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2564

วันที่ 30 เมษายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงแรงงานเริ่มทยอยจ่ายเงินสงเคราะห์บุตรให้กับผู้ประกันตน ที่มีบุตรอายุตั้งแต่แรกเกิด-6 ปี ครั้งละไม่เกิน 3 คน หลังปรับเพิ่มจากเดือนละ 600 บาท เป็น 800 บาท โดยเป็นการจ่ายเงินในส่วนที่ปรับเพิ่มขึ้น ย้อนหลัง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมกราคม-มีนาคม 2564 ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศกฎกระทรวง การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป

กฎกระทรวง เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร 800 บาท มีผลบังคับใช้แล้ว 1 ม.ค.64

นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงการปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรให้กับบุตรของผู้ประกันตน ที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี ให้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มจากเดิมเดือนละ 600 บาท เป็นเดือนละ 800 บาทต่อคน โดยจ่ายคราวละไม่เกิน 3 คน ว่า เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ได้ประกาศกฎกระทรวง การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2564 ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรของผู้ประกันตน และภาคแรงงาน ให้สามารถเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นกำลังสำคัญในการร่วมกันพัฒนาประเทศชาติ สำหรับการปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรจากเดิม 600 บาท เป็น 800 บาท ในครั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมจะจ่ายเงินในส่วน ที่ปรับเพิ่มขึ้นของงวดเดือน มกราคม 2564 ในวันที่ 30 เมษายน 2564 เนื่องจากระบบตัดจ่ายเงินกรณีสงเคราะห์บุตรของสำนักงานประกันสังคมที่กำหนดให้ การตัดจ่ายเงินย้อนหลัง 3 เดือน เพื่อปรับฐานข้อมูลผู้ประกันตนให้ถูกต้องก่อน การตัดจ่าย ผู้ประกันตนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง/จังหวัด/สาขา/ที่ท่านสะดวก หรือโทร1506 (เจ้าหน้าที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

วิธีตรวจสอบสิทธิ์เงินอุดหนุนบุตร เดือนมกราคม 64

สำหรับมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดที่จะเป็นการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับผู้ปกครองที่มีบุตร ข่าวดีเพิ่มเติม ครม. มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีสงเคราะห์บุตร โดยเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร พ.ศ. 2561 โดยมีสาระสำคัญดังนี้

ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี 600 บาท/เดือน และพิเศษเพิ่มอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตรเหมาจ่าย จากเดิม 600 บาท/เดือน ต่อบุตร 1 คน เพิ่มเป็น 800 บาทต่อเดือนต่อบุตร 1 คน บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 64 เป็นต้นไป โดยจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ได้แก่

เด็กต้องมีสัญชาติไทย พ่อแม่ต้องเด็กมีสัญชาติไทย

เด็กต้องเกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป จนมีอายุครบ 6 ปี

เด็กต้องอาศัยอยู่กับผู้ปกครองที่อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อยเท่านั้น และไม่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน

คุณสมบัติผู้ปกครองที่รับเงิน(กรณีรับเด็กแรกเกิดไว้ในความอุปการะ) คือ มีสัญชาติไทย เป็นบุคคลที่รับเด็กแรกเกิดไว้ในความอุปการะและเด็กแรกเกิดต้องอาศัยรวมอยู่ด้วย ที่สำคัญคือ อยู่ในครัวเรือนที่มีรายได้น้อย คือ สมาชิกครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปีเท่านั้น นอกจ่กนี้ผู้ที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร ตามกฎกระทรวงฯ ฉบับเดิม (ปี 61) จะยังคงได้รับสิทธิตามอัตราที่กำหนดใหม่ในกฎกระทรวงฉบับนี้ นับตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ

สิ่งที่ต้องมีสำหรับการตรวจสอบสิทธิ์

1. บัตรประชาชนของแม่เด็กที่ยื่นขอรับสิทธิ์เงินอุดหนุน

2 เลขบัตรประจำตัวประชาชนเด็กที่ยื่นขอรับสิทธิ์เงินอุดหนุนฯ

เข้าไปที่เว็บไซต์ csgcheck.dcy.go.th  จากนั้นกรอกหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ลงทะเบียน และของเด็กแรกเกิด

เงื่อนไขในการลงทะเบียนอุดหนุนบุตร ประกอบด้วย

1.พ่อแม่เด็ก มีสัญชาติไทยคนใดคนหนึ่ง

2.เด็กต้องมีสัญชาติไทย

3.เด็กต้องเกิดตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป

4.ตัวเด็กต้องไม่อยู่ในการดูแลของสถานสงเคราะห์รัฐ หรือ เอกชน

5.ตัวเด็กอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองที่มีรายได้น้อย โดยที่เด็กอาศัยอยู่อาจจะไม่ใช่พ่อแม่ก็ได้ เฉลี่ยไม่เกิน 1 แสนบาทต่อคน ต่อปี

ขั้นตอนลงทะเบียน อุดหนุนบุตร มี 6 ขั้นตอน คือ

1.บัตรประจำตัวประชาชนผู้ปกครอง และสูติบัตรเด็กแรกเกิด

2.สมุดบัญชีเงินฝากของผู้ปกครอง

3.เอกสารที่ต้องเตรียม แบบคำร้องขอลงทะเบียน (ดร.01) และ แบบรับรองสถานะของครัวเรือน (ดร.02)

4.สมุดบันทึกสุขภาพแม่ และ เด็ก

5.ใบรับรองเงินเดือน หรือ หนังสือรับรองรายได้ หรือ หลักฐานรายรับที่ลงนามโดยนายจ้าง

6.สำเนายืนยันตัวตนเช่น บัตรประจำตำแหน่ง, เอกสารแสดงสถานะของผู้รับรองคนที่ 1 และ คนที่ 2, บัตรข้าราชการ

การจ่ายเงินเข้าบัญชีธนาคาร

บัญชีธนาคารที่ใช้สำหรับแนบเอกสารเพื่อยื่นลงทะเบียนในโครงการ ประเภทบัญชีเงินฝากจะต้องเป็น ออมทรัพย์ สะสมทรัพย์ เผื่อเรียก กระแสรายวัน เท่านั้น โดยมีทั้งหมด 3 ธนาคาร ดังนี้

1. ธนาคารกรุงไทย (บัญชีออมทรัพย์)

2. ธนาคารออมสิน (บัญชีเงินฝากเผื่อเรียก)

3. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) (บัญชีเงินฝากออมทรัพย์)

บทความแนะนำ