เกม Little Nightmares

เกม Little Nightmares

เกม Little Nightmares นี้ได้ออกมาตั้งแต่ช่วงปี 2017 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในเกมยอดเยี่ยมในหมวดของเกม Indie จากทาง Gamescom นอกจากนี้คะแนนรีวิวของเกมนี้ยังเรียกได้ว่าสูงอย่างมากเลยทีเดียว และนับเป็นข่าวดีอย่างมาก สำหรับเพื่อน ๆ ที่ยังไม่เคยได้ลิ้มลอง เกม Little Nightmares เพราะในตอนนี้ทาง Steam ได้ออกมาประกาศแจกฟรี Little Nightmares แบบไม่มีเงื่อน วันนี้เราจะพาทุกคน มาทำความรู้จักกับเกมนี้กัน

ฝันร้ายของเด็กชายและเด็กหญิง

เกม Little Nightmares ในภาคแรก เล่าเรื่องราวของ Six หญิงสาวในชุดเสื้อกันฝนสีเหลือง ที่ตื่นขึ้นจากฝันร้าย แล้วพบว่าตัวเองอยู่ใน ‘The Maw’ สถานที่โสมเน่าเฟะ ที่ทุกอย่างผุพังไร้ชีวิตชีวา ด้วยความไม่รู้เหนือรู้ใต้ว่าที่นี่คือที่ไหน เธอต้องพยายามหาทางเอาชีวิตรอดจากกับดักต่างๆ ความหิวโหย และการจับตามองของ ‘ดวงตาตรงประตู’ ที่เรียกว่า ‘The Eye’ รวมถึงหญิงสาวในชุดกิโมโนที่ซ่อนใบหน้าเอาไว้ในชื่อ ‘The Lady’ ทั้งหมดนี้คืออุปสรรคที่พยายามจะเอาชีวิตของซิกซ์โดยไม่รู้เหตุผล แต่นั่นเองคือภารกิจหลักตั้งต้นที่ผู้เล่นต้องพาซิกซ์หลบหนีออกจากที่นี่ให้ได้

สำหรับภาค 2 แกนหลักในการเล่าเรื่องจะย้ายมาอยู่ที่ตัวละครที่ชื่อว่า ‘MONO’ เด็กชายผู้สวมหมวกถุงกระดาษไว้บนหัว เขาตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย เหมือนกับซิกซ์ และพบว่าตัวเองอยู่ในเมืองที่แสนหดหู่ เต็มไปด้วยสถานที่ที่น่าสะพรึงกลัวตั้งแต่โรงเรียนที่มี ‘The Teacher’ ปีศาจครูสาวยืดคอได้ กับ ‘The Bullies’ กลุ่มตุ๊กตานักเรียนที่ทำขึ้นมาจากกระเบื้อง, โรงพยาบาลที่มี ‘The Doctor’ ปีศาจหมอ ที่จะปีนเพดานเข้ามาทำร้ายทุกครั้ง เมื่อมีใครเผลอ และอาคารเผยแพร่สัญญาณโทรทัศน์ สถานที่สถิตของ ‘The Thin Man’ ตัวร้ายหลักประจำภาคนี้ที่คอยบงการภาพที่ฉายออกทีวีจนทำให้ประชากรทั้งเมืองคลั่งและแปรเปลี่ยนสภาพเป็น ‘The Viewers’ คนไร้หน้าที่จะพุ่งมาทำร้ายเราทุกครั้งที่พยายามปิดทีวีของพวกเขา

นอกจากโมโนจะต้องเจอกับศัตรูร้ายกาจคูณสองจากภาคที่แล้ว ภารกิจหลักของเขายังต่างไปจากภาคแรก เพราะ ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เขาที่ต้องตะเกียกตะกายพยายามเอาชีวิตรอดจากที่นี่คนเดียว แต่ยังต้องพาเด็กสาวที่บังเอิญเจอระหว่างทางหนีไปพร้อมกัน

งานภาพในฝันร้ายที่คล้ายฝันดี

ในแง่ของความเป็นเกม สิ่งที่หลายคนต้องสะดุดตาเมื่อได้เห็น Little Nightmares คืองานภาพ

โลกที่เน่าเฟะ โสมม และขมขื่น ที่เป็นฉากหลังของทั้ง 2 ภาคนั้นถูกนำเสนอออกมาด้วยภาพกราฟิก ที่คล้ายกับหนังของ Tim Burton นั่นคือตัวละคร สิ่งของ หรือฉากมีความไม่สมจริง คล้ายการ์ตูน แต่ในรายละเอียดกลับมีจุดชวนแหวะหรือภาพสยดสยองที่ซ่อนอยู่ชัดเจนจนเกิดเป็นความขัดแย้งที่แฝงเสน่ห์บางอย่าง

“ ฉากหลังของเกมเกิดจากความคิดที่ว่า ถ้า ‘สิ่งที่เด็กมองว่าน่ากลัวที่สุดในโลก’ เน่าเหม็น บูดเบี้ยว ฟอนเฟะยิ่งขึ้น มันจะออกมาเป็นยังไง ” Dave Mervik หนึ่งในหัวเรือใหญ่ของ Tarsier Studios ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ gamingbolt เมื่อต้นปีที่ผ่านมา

“ เราอยากสร้างโลกที่เกิดจากมุมมองของเด็กอย่างแท้จริง เพราะถ้าคุณลองคุยกับเด็ก คุณจะรู้ว่าพวกเขามักมองอะไรเป็นสองขั้วอย่างสุดทาง ไม่ซูเปอร์ฮีโร่ก็ตัวร้าย ไม่ผจญภัยก็สยองขวัญ ไม่สนามเด็กเล่นก็คุก เราจึงพยายามสร้างโลกแบบนั้นขึ้นมา โดยตัวละครหลักจะแต่งกายชุดสีสดใส (ซิกซ์ใส่ชุดกันฝนสีเหลืองสะท้อนแสง) ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับฉากหลังและองค์ประกอบรอบๆ ที่สำคัญคือ ทุกอย่างต้องดูใหญ่กว่า เร็วกว่า แข็งแรงกว่า และดูจะเอาชีวิตคุณได้ เพราะนั่นคือ มุมมองของเด็กจริง ๆ ”

ด้วยแนวคิดนี้เอง จะเห็นได้ว่าในโลกภายในเกมนี้ จะทำให้เรารู้สึกตัวเล็กจ้อย ทุกอย่างดูใหญ่โตเกินขนาด และจัดการด้วยยากไปหมด อย่างฉากที่ต้องการเพิ่มความสยองขวัญ สิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่การปรากฏตัวที่ทำให้ตกใจเหมือนฉาก jump scare ในหนังผี แต่จะเป็นมวลความน่ากลัวบางอย่างที่เรารู้สึกตอนเด็ก เช่น สิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้สัดส่วน ความมืดที่แฝงมาด้วยความไม่รู้ หรือแม้กระทั่งความสูญเสีย

เมื่อในฝันเด็กไร้พลังและไร้เสียง

อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่พูดถึงไม่ได้ของ Little Nightmares คือการเล่าเรื่อง นี่คืออีกจุดเด่นของเกมเพราะ จากทั้งหมดที่กล่าวไป เชื่อไหมว่าเกมนี้ไม่มีบทพูดเลยแม้สักประโยคเดียว

นอกจากเสียงเอฟเฟกต์ และดนตรีประกอบ ในฉากหลัง เกมนี้ไม่มีเสียงอื่นใดอีก ทุกอย่างถูกนำเสนอผ่านภาพ และการกระทำของตัวละครทั้งหมด ฟังดูอาจเป็นข้อด้อยแต่นั่นเองคือที่มาที่ทำให้เกมบรรจุความสนุก ไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม ด้วยความที่ตั้งใจ ให้เกมเป็นแนวแก้ไขปริศนา การโยนผู้เล่นเข้าสู่โลกของเกม ที่พวกเขาไม่รู้จัก และไม่ได้รับคำอธิบายใดๆ เป็นการบังคับกลายๆ ให้ผู้เล่นต้องออกสำรวจ และตามแก้ไขปริศนา ยิ่งได้แก้เท่าไหร่ก็ยิ่งได้คิด และสนุกไปกับเกม ยิ่งเมื่อตัดสลับกับช่วงที่ผสมผสาน ความสยองขวัญ หรือการผจญภัย นี่จึงเป็นเกมที่คลุกเคล้าไปด้วยหลายรสชาติ ผ่านแนวทางที่ผู้พัฒนาเกมเรียกว่า ‘Hide and Sneak’

“ เราไม่อยากใช้คำว่าเกมแนว stealth (เกมแนวลอบเร้นเพื่อหลบศัตรู) แบบที่หลายเกมใช้ด้วยซ้ำ“ Andreas Johnsson หนึ่งในทีมผู้สร้างได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ gematsu “ถ้าใช้คำนั้นเหมือนเกมอื่นๆ มันจะเป็นการให้อำนาจกับผู้เล่นมากเกินไป เราไม่ได้อยากให้ผู้เล่นแอบซุ่มแต่อยากให้รู้สึกว่าตัวเองคือเด็กจริงๆ ดังนั้นสิ่งที่คุณทำได้คือการซ่อนแอบและสำรวจเท่านั้น ”

ความหลากหลาย และความแปลกใหม่นี่เอง ที่ทำให้หลายเว็บไซต์เกมในต่างประเทศต่างเทคะแนนให้เกมนี้สูงมาก ถึงขั้นที่เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ห่างจาก Cuphead เจ้าของรางวัลเกมอินดี้ประจำปีแค่ไม่กี่คะแนนเท่านั้น

ฝัน บาดแผล หรือตัวแปรต่อการเติบโต

ทั้งสองอย่างที่กล่าวไปล้วนเป็นฉากหน้า แต่เรื่องสุดท้ายที่เราอยากพูดถึงคือความหมายที่ซ่อนอยู่ใน Little Nightmares

แม้เกมจะบอกทุกคนว่าพวกเขาเลือกนำเสนอ ‘ฝันร้าย’ ของเด็กๆ นำมาสู่สไตล์ภาพและเกมเพลย์แบบที่เห็น แต่เมื่อได้ลองเล่นเรากลับพบว่าใต้ฝันร้ายนั้นมีเมสเซจลึกล้ำที่ทำให้ผู้ใหญ่ต้องสะอึก เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ในเกมภาคแรก ตัวเอกอย่างซิกซ์จะได้เจอกับตัวร้ายที่ส่วนใหญ่เป็น ‘ผู้ใหญ่ตัวอ้วนที่หิวกระหายและกินเด็กเป็นอาหาร’ ซึ่งเด็กที่ถูกกินหรือพรากชีวิตไปจะกลายเป็นหิน ส่วนฉากจบก็สื่อความหมายว่าฝันร้ายหรือบาดแผลในวัยเด็กอาจหล่อหลอมให้เด็กสักคนโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ที่พวกเขาเคยเกลียด ทั้งหมดนี้ล้วนสื่อความหมายถึงชีวิตจริงทั้งนั้น

เคยไหมที่เวลาไม่ชอบผู้ใหญ่คนไหน แต่เมื่อโตขึ้น รู้ตัวอีกทีเราก็ทำเหมือนเขาเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการกระทำไร้เหตุผลของพ่อแม่ การพูดจาที่ฟังแล้วไม่เข้าหูของอาจารย์ หรือแม้กระทั่งความห่วยแตกของผู้ใหญ่ในประเทศบนหน้าข่าว แม้เราจะเกลียดแค่ไหนตอนเด็กแต่ถ้าไม่มีสติ และบอกตัวเองอยู่เสมอ มันยากเหลือเกินที่เราจะไม่โตไปเป็นผู้ใหญ่แบบนั้น เพราะสังคมที่คนโตกว่าสร้างไว้ มันช่างเอื้อให้เรากลายร่างไปเป็นปีศาจ แบบพวกเขาเหลือเกิน

ย่างในภาค 2 ทั้งโมโนและซิกซ์จะได้เจอกับตัวร้ายชื่อ The Viewers เป็นส่วนใหญ่ รวมถึงในบางฉากโมโนเองก็จะคล้ายถูกสะกดจิตจากโทรทัศน์ เป็นอีกหนึ่งการเปรียบเปรยเรื่อง ‘ปัญหาของสื่อบนหน้าจอที่มีผลต่อเด็ก’ เพราะเราจะเห็นได้จากตัวละครเลยว่า ‘หน้าจอ’ ส่งผลให้คนแสดงออกอย่างรุนแรงได้ยังไงบ้าง หรือให้ลึกไปกว่านั้น อย่างการที่ The Thin Man สามารถควบคุม The Viewers นั่นก็เป็นการบอกกลายๆ ว่าถ้าเราไม่ตระหนักถึงสิ่งที่เสพผ่านหน้าจอ เราอาจตกเป็นเครื่องมือของผู้ที่ควบคุมสื่อเข้าสักวันก็ได้

หรือแม้แต่ฉากที่สะท้อนปัญหาในโรงเรียนอย่างเห็นได้ชัด ทั้ง The Teacher ที่ยืดคอยาวๆ ไปสอดรู้สอดเห็นเด็กตลอดเวลา คอยบังคับให้เด็กทุกคนทำตามสิ่งที่ตัวเองอยากให้เป็น และนักเรียนกระเบื้องอย่าง The Bullies ที่ชอบบูลลี่ตามชื่อก็เป็นอีกประเด็น การที่เด็กสักคนจะไม่อยากไปโรงเรียน เชื่อเถอะว่า ‘เพื่อน’ และ ‘ครู’ นั้นเป็นสาเหตุหลักๆ มากกว่าสถานที่เสียอีก

สำหรับใครที่อยากเล่น Little Nightmares ในตอนนี้ทาง Steam ได้ออกมาประกาศแจกฟรี Little Nightmares แบบไม่มีเงื่อนไข ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเข้าไปกดรับกันได้จนถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 2021 นี้ !!

บทความแนะนำ