“อัซซูรี่” ฟอร์มโหด ชนะเบลเยียม รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในศึก ยูโร 2020

อัซซูรี่
อัซซูรี่

ศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2020 ในการแข่งรอบ 8 ทีมสุดท้าย วันที่ 2 กรกฏาคมที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันระหว่าง “อัซซูรี่” ทีมชาติอิตาลี พบเจอกับ “ปีศาจแดง” ทีมชาติเบลเยียม โดยรอบนี้อิตาลี ยกแนวรุกอย่าง เฟเดริโก้ เคียซ่า และ ชีโร อิมโมบิเล่ นำทัพในครั้งนี้ ส่วนเบลเยียม ที่จัดการแชมป์เก่าไปในนัดที่แล้วอย่าง โปรตุเกส แล้ว เควิน เดอ บรอยน์ ที่ได้รับอาการบาดเจ็บในนัดที่แล้ว นั้นหายทันช่วยเสริมทีมแนวรุกไปกับ โรเมลู ลูกากู และ ธอร์แกน อาซาร์ ในการพาสู้ศึกในครั้งนี้

ในนาทีที่ 13 อิตาลีเกือบจะได้ลูกขึ้นนำไปก่อนโดยเป็น โรแบร์โต้ อินซินเย่ ยิงฟรีคิกริมเส้นฝั่งขวา บอลพุ่งตรงมาถึงหน้าประตู แต่ โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ วิ่งมาชาร์จไม่ทันก่อนที่ เลโดนาร์โด้ โบนุชชี่ จะส่งบอลพุ่งเข้าไปซุกใต้ตาข่าย แต่ว่าผู้ตัดสินได้ให้ล้ำหน้าไปก่อนแล้วอดทำประตูไปในจังหวะนี้ ยูฟ่ายูโร 2020
อัซซูรี่
อัซซูรี่

ด้านเบลเยียมเองก็ไม่ยอม ในนาทีที่ 22 เควิน เดอ บรอยน์ จะวิ่งลากบอลไปลุยกลางวงเขตโทษ บอลพุ่งตรงกรอบกำลังจะเข้าไปตุงตาข่าย แต่ผู้รักษาประตู จานลุยจิ ดอนนารุมม่า พุ่งตัวมาปัดบอลทิ้งออกไปได้อย่างสุดยอด ยูฟ่ายูโร 2020

ต่อมาในนาทีที่ 26 เมื่อตัวรุกจากเบลเยียม เควิน เดอ บรอยน์ ได้ทำการพลิกตัวหลบผู้เล่นจากอิตาลี ขึ้นไปวิ่งเดี่ยวขึ้นหน้าก่อนจะแทงออกมาทางขวาส่งไปให้ ลูกากู ได้หาเหลี่ยมก่อนจะยิงเรียดพื้นไปตรงเสาสองแต่ทางผู้รักษาประตูจากอิตาลี จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ทิ้งตัวลงไปปัดบอลก่อนที่บอลจะออกซ้ายไป

เพียงนาทีต่อมากองหน้าจากอิตาลี เฟเดริโก้ เคียซ่า วิ่งหามุมยิงจากฝั่งซ้ายในกรอบเขตโทษ แต่พลาดบอลไปเกี่ยวเท้าของ โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ บอลไหลมาตรงปากทางหน้าประตูก่อนที่จะเป็น ติโบต์ กูร์กตัวส์ พุ่งตัวมารับบอลเอาไว้

จนนาทีที่ 31 ในที่สุดอิตาลีก็สามารถทำประตูขึ้นนำไปก่อน เมื่อ ยาน แฟร์ต็องเกน ที่สกัดบอลพลาดแล้วไปเข้าทางของ มาร์โก แวร์รัตติ วิ่งมาโฉบบอลก่อนจะจิ้มบิลส่งเข้าไปในเขตโทษให้ นิโกโล่ บาเรลล่า ไปล็อกหลบแนวรับจากเบลเยียมสองคน ก่อนที่จะหลบคนที่สามแล้วทำการยิงด้วยดท้าขวา ผ่านมือผู้รักษาประตู ติโบต์ กูร์กตัวส์ เสียบเข้าประตูตุงตาข่ายไปอย่างสุดสวย ยูโร 2020
อัซซูรี่
อัซซูรี่

ในช่วงก่อนจะหมดครึ่งแรกในนาทีที่ 41 มาร์โก แวร์รัตติ ได้ทำการเตะมุมโยนบอลเข้าไปในกลางกรอบเขตโทษ แนวรับของเบลเยียมก็ทำการเคลียร์บอลแต่กลับกลายเป็นว่าพลาดส่งบอลไปให้ เฟเดริโก้ เคียซ่า วิ่งเก็บบอลก่อนจะยิงบอลปั่นโค้งแต่ออกข้างเสาเพียงคืบเดียวอย่างน่าเสียดาย

ในที่สุดอิตาลีก็สามารถทำประตูทิ้งห่างก่อนจะจบครึ่งแรกในนาทีที่ 44 โดยเป็น โรแบร์โต้ อินซินเย่ โชว์สกิลโยกบอลหลอก ยูริ ตีเลอมันส์ หนึ่งจังหวะก่อนที่จะทำการซัดบอลระยะ 20 หลาบอลโค้งโฉบเข้าประตูไปอย่างสวยงามแม้กระทั่งผู้รักษาประตู ติโบต์ กูร์กตัวส์ ที่พุ่งสุดตัวยังปัดออกไปไม่ทัน อิตาลี นำ เบลเยียมไป 2-0 ประตู

เพียงแค่นาทีเดียวเท่านั้นเบลเยียมก็สามารถตีตื้นขึ้นมา เป็น 1-2 ประตู โดยเป็น เฌเรมี โดกู ได้ใช้ความเร็วพุ่งเจาะแนวรับเข้ากรอบเขตโทษฝั่งซาย โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ ที่วิ่งมาประกบตัวเบียด โดกู ก่อนจะล้มตัวลงไปในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเลยให้เป็นลูกจุดโทษก่อนจะไปเช็ตกล้อง VAR ยังตัดสินคำเดิมเป็นลูกจุดโทษ แล้วเป็น โรเมลู ลูกากู รับหน้าที่สังหารจุดโทษในครั้งนี้ ก่อนจะหมดครึ่งแรกด้วยสกอร์ที่ อิตาลี นำ เบลเยียม ไปก่อน 2-1 ประตู ยูโร 2020 รอบสุดท้าย

จบครึ่งแรก “อัซซูรี่” นำเบลเยียมไปก่อน 2-1 ประตู

มาเริ่มกันต่อในครึ่งหลังนาทีที่ 56 เมื่อตัวรุกจากเบลเยียม เควิน เดอ บรอยน์ ได้ทำการส่งบอลสั่นแล้วเป็นทาง เฌเรมี โดกู ใช้กำลังสปีดวิ่งหนี มาร์โก แวร์รัตติ เข้าไปปาดบอล จากทางฝั่งซ้าย ทางผู้รักษาประตู จานลุยจิ ดอนนารุมม่า เห็นท่าไม่ดี ออกมาข้างงหน้าก่อนจะรับบอลพลาด แต่ยังดีที่ไม่มีผู้เล่นฝั่งเบลเยียมวิ่งเข้าไปถึงบอลก่อนจะออกหลังไป

ต่อมาในนาทีที่ 61 กองหน้าชาวเบลเยียม เฌเรมี โดกู วิ่งบอลลากยาวมาถึงหนเากรอบเขตโทษ ก่อนจะส่งบอลไหลต่อไปให้ เควิน เดอ บรอยน์ วิ่งมาพาบอลเข้าเขตโทษก่อนจะส่งมาอีกต่อให้ โรเมลู ลูกากู วิ่งมาซัดหน้ากรอบเสาสอง แต่มี เลโดนาร์โด้ สปินาซโซล่า ที่ใช้หัวเข่าสกัดบอลก่อนที่เข้าประตูไปอย่างหวุดหวิด

ในนาทีที่ 69 เพียงแปดนาที กองหน้าชาวอิตาลี โรแบร์โต้ อินซินเย่ ได้ทำการปั่นบอลทางริมสนามฝั่งซ้าย บอลโค้งเข้ากรอบกำลังจะเข้าประตู แต่ผู้รักษาประตูจากเบลเยียม ติโบต์ กูร์กตัวส์ สามารถล้มตัวออกมาปัดบอลไปได้ ยูโร 2020 ตาราง

เบลเยียมเน้นเกมบุกอย่างต่อเนื่องในนาทีที่ 70 ดรีส เมอร์เท่นส์ ปีกจากเบลเยียม ได้จ่ายบอลโยนเข้าในเขตโทษฝั่งซ้ายไปให้ นาเซอร์ ชาดลี่ วิ่งเดี่ยวไปพลิกตัวยิงไปแต่บอลแฉลบเท้าผู้เล่นฝั่งอิตาลี บอลกระเด้งผ่านหัว โรเมลู ลูกากู กำลังจะกระโดดขึ้นไปโหม่ง ธอร์กาน อาซาร์ วิ่งขึ้นมาซ้ำบอลตรงเสาสองแต่ซัดไม่โดนพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

ในนาทีที่ 79 เกิดเหตุการณ์ให้เกมหยุดก่อนกลางขึ้นเนื่องจากแนวรับจากอิตาลี เลโดนาร์โด้ สปินาซโซล่า เกิดปัญหาอาการบาดเจ็บ จนต้องขึ้นเปลหาม แล้วเป็น เอเมอร์สัน ลงมารับหน้าที่แทน ยูโร 2020 รอบสุดท้าย

อัซซูรี่
อัซซูรี่
ก่อนที่จะจบเกมในนาทีที่ 84 เฌเรมี โดกู เกือบที่จะทำให้เบลเยียมตีเสมอได้สำเร็จ หลังจากที่โยกหลบคู่แข่งไปได้ถึงสามคน แล้วทำการยิงไปแต่บอลลอยสูงเกินไป ข้ามคานอย่างน่า
เสียดาย จบเกม “อัซซูรี่” ทีมชาติอิตาลี เอาชนะ “ปีศาจแดง” เบลเยียม ไปด้วยสกอร์ 2-1 ประตู ผ่าเข้ารอบไปพบเจอกับทีมชาติสเปน ในวันที่ 6 กรกฏาคม ยูโร 2020 ตาราง

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนามของทีมชาติอิตาลี และทีมชาติเบลเยียม

อิตาลี : จานุลยจิ ดอนนารุมม่า ,ลอเรนโซ่ อินซินเย่ ,เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ,เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า ,จอร์จินโญ่ ,เฟเดริโก้ เคียซ่า ,โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ ,มาร์โก แวร์รัตติ ,จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ,ชิโร่ อิมโมบิเล่ ,นิโกโล่ บาเรลล่า

เบลเยียม : ติโบต์ กูร์กตัวส์ ,โธมัส แฟร์มาเล่น ,โตมาส์ เมอนิเย่ร์ ,อักเซล วิตเซิ่ล ,โรเมลู ลูกากู ,เควิน เดอ บรอยน์ ,โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ ,ธอร์กาน อาซาร์ ,ยาน แฟร์ทองเก้น ,ยูริ ตีเลอมันส์ ,เฌเรมี่ โดกู

บทความแนะนำ