ออกหมายจับ 12 รุ่นพี่ อุเทนถวาย เตะรุ่นน้องจนเสียชีวิต หลังมีพยานหลักฐานชัดเจน

ออกหมายจับ
ออกหมายจับ

จากกรณีที่ 12 รุ่นพี่โหด อุเทนถวาย รับน้องจนเสียชีวิต หลังมีพยานหลักฐานชัดเจน ด้านมหาวิทยาลัยยันไม่มีนโยบายรับน้อง และไม่อนุญาตให้เข้าไปใช้พื้นที่ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2564 เวลา 11.30 น ทางพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เมธี นักพันธุ์ ผบก.น.6 และ พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน นำชุดสืบสวน สน.ปทุมวัน, กก.สส.บก.น.6 และ บก.สส.บช.น. เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล อุเทนถวาย และอาจต้องทำการ ออกหมายจับ กับทางรุ่นพี่ทั้ง 12 คน

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุดสอบสวนได้เข้ามาตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน จากกรณีการเสียชีวิตของ นายวีรพัฒน์ หรือ ปลื้ม ตามกลาง อายุ 22 ปี นักศึกษาปี 2 คณะวิศวกรรมโยธา รุ่น 89 แผนกวิศวกรรมก่อสร้าง ที่ถูกรุ่นพี่ ลงโทษด้วยการทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต และประชุมหารือกับทางมหาวิทยาลัย ฐานรับน้อง

ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ต่อมาเวลา 13.00 น. พล.ต.ต.ปิยะ ออกมาให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า วันนี้ได้ร่วมกับทางมหาวิทยาลัย ลงพื้นประชุมหารือกันแล้ว เชื่อว่าพยานหลักฐานเพียงพอที่จะออกหมายจับผู้ก่อเหตุรวม 12 คน ฐานรับน้อง

ซึ่งหลักฐานประกอบด้วย รถยนต์ที่รุ่นพี่ใช้ กล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบสภาพแวดล้อมจากจุดเกิดเหตุ โดยตอนนี้เหลือเพียงสอบปากคำพยานบางส่วน เพื่อมาประกอบสำนวนการสืบสวน โดยต้องดูว่าใครมีหน้าที่บทบาทอย่างไร ใครเป็นผู้สั่งการ ใครเป็นผู้ลงมือกระทำ

โดยพฤติการณ์เบื้องต้นพบว่า เป็นการที่รุ่นพี่ปี 3 เรียกรุ่นน้องปี 2 มาประชุม เพื่อจัดกิจกรรมรับน้องใหม่ที่กำลังจะเข้าศึกษาปี 1 และได้ลงโทษให้รุ่นน้องนั่งเรียงกัน และรุ่นพี่หมุนเวียนใช้เท้าเตะ ซึ่งมีรุ่นพี่ผู้หญิงอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย แต่ยังไม่ชัดเจนว่าลงมือกระทำหรือไม่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ล่าสุด

ส่วนการแจ้งข้อหาจะแบ่งเป็นคดีตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อ และ หากรุ่นพี่คนใดที่มีพยานหลักฐานว่าเป็นผู้ทำร้ายร่างกายรุ่นน้อง ก็จะถูกแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตเพิ่มเติมด้วย ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อัจฉริยเมธากร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล อุเทนถวาย เปิดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้นักศึกษาใช้สถานที่ทำกิจกรรมใดๆ ตามประกาศในช่วงสถานการณ์โควิด-19 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ล่าสุด

แต่เป็นกลุ่มนักศึกษาจำนวน 30-40 คน ได้แอบเข้ามาทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัยโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งในวันเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเห็นเหตุการณ์ แต่ไม่ได้ทราบเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งทางมหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ว่าปล่อยปละละเลยหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบว่านักศึกษาได้นำรถส่วนตัวเข้ามาในมหาวิทยาลัยได้อย่างไรด้วย

ส่วนกลุ่มนักศึกษาที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกาย จะสรุปเรื่องก่อนส่งให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยพิจารณาโทษ ซึ่งอาจถึงขั้นไล่ออก คาดว่าจะทราบผลใน 1-2 วันนี้ พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมามหาวิทยาลัยไม่สนับสนุน และ ไม่อนุญาตให้มีการรับน้องที่ไม่ถูกต้อง และช่วงนี้ไม่ให้ทำกิจกรรม เนื่องจากสถานการณ์โควิด และให้เรียนออนไลน์เป็นหลัก คดี ดัง

ออกหมายจับ
ออกหมายจับ
ล่าสุดวันที่ 10 มิ.ย.2564 มีการรายงานบรรยากาศงานศพของ นายวีรพัฒน์ หรือ ปลื้ม อายุ 22 ปี นักศึกษา ชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก อุเทนถวาย รุ่น 89 แผนกวิศวกรรมก่อสร้าง เมื่อคืนวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ยังมีเพื่อนและญาติเดินทางมาเคารพศพเป็นคืนสุดท้าย คดี ดัง

โดยเมื่อเวลา 21.30 น.ของคืนที่ผ่านมา รุ่นพี่ 12 คน ที่ทำร้ายร่างกายนายวีรพัฒน์ได้เดินทางมาขอขมาศพนายวีรพัฒน์ต่อหน้า นางมนัสนันท์ อายุ 57 ปี แม่ของนายวีรพัฒน์ ท่ามกลางญาติและเพื่อนของนายวีรพัฒน์ รวมถึงชาวบ้านที่มาคอยดูกันเป็นจำนวนมาก

โดยกลุ่มรุ่นพี่ทั้ง 12 คน ได้ขอโทษแม่ของนายวีรพัฒน์ พร้อมระบุว่า ที่ทำไปเพราะไม่ได้ตั้งใจให้ถึงชีวิต ขณะที่แม่ของนายวีรพัฒน์ได้ถามกลับถึงการกระทำดังกล่าวว่ารุนแรงไปหรือไม่ “ถ้าเป็นเขาเป็นเราโดนแบบนี้พ่อแม่จะเสียใจแค่ไหน” หลังจากนี้คงจะต้องปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการต่อไป โดยกลุ่มรุ่นพี่ 12 คน ใช้เวลาอยู่ในงานประมาณ 15 นาที ก่อนจะขอเดินทางกลับ คดี

ทางด้าน นายวีรพงษ์ อายุ 27 ปี พี่ชายของ นายวีรพัฒน์ กล่าวว่า ศพนายวีรพัฒน์จะทำการฌาปนกิจศพในวันที่ 10 มิถุนายน เวลาประมาณ 14.00 น. โดยหลังจากเผาก็จะทำพิธีทางศาสนาต่อไป ส่วนทางด้านคดีต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงเวลานี้ครอบครัวมั่นใจว่านายวีรพัฒน์จะได้รับความยุติธรรมแล้ว คดี

ล่าสุด พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน เปิดเผยว่า คดีนักศึกษารุ่นพี่ จัดกิจกรรมรับน้อง และได้ก่อเหตุเวียนกันเตะทำร้ายรุ่นน้อง จนเสียชีวิตนั้น ทางพนักงานสอบสวน จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายเรียกครั้งที่ 1 กับรุ่นพี่ และบุคคลที่ส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ โดยอาจจะมีมากกว่า 12 คน ตามที่ได้มีการเสนอข่าวตามสื่อต่างๆ คดีเด็ดช่อง 7

อย่างไรก็ตาม หากพบว่ามีพยานหลักฐานเกี่ยวโยงไปถึง และ หากมีการออกหมายเรียกไปแล้ว แต่นักศึกษาที่ถูกหมายเรียก ยังไม่เข้ามาพบ ทางพนักงานสอบสวน ก็จะออกหมายเรียกอีก ซึ่งเมื่อครบ 2 ครั้งแล้ว หากยังไม่มาพบ ก็จะ ออกหมายจับ ต่อไป พ.ต.อ.พันษา กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ได้สั่งการลงมา ให้รวบรวมพยานหลักฐานในทุกๆด้าน เพื่อคลี่คลายคดีอย่างตรงไปตรงมา และจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีรุ่นพี่รายใด ติดต่อเข้าให้ปากคำ ทั้งนี้พนักงานสอบสวน จะสอบปากคำบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดทุกคน ทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้อง และเชื่อว่าความจริงจะปรากฏในเร็วๆนี้ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ในช่วงขณะเกิดเหตุ คดีเด็ดช่อง 7

พ.ต.อ.พันษา กล่าวว่า “หากใครให้การเท็จ ในคดีนี้ ก็จะถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย ในข้อหาให้การเท็จอีกด้วย ซึ่งตำรวจจะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย , อาจารย์ ,นักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์ เข้ามาสอบปากคำ เพื่อบันทึกคำให้การไว้เป็นหลักฐานต่อไป”

บทความแนะนำ