สิระ เชื่อ บิ๊กตู่ ไม่โกรธถึงกรณีพา ลุงพล แถลงข่าวในสภา

สิระ
สิระ

จากกรณีที่นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ ด.ญ.อรวรรณ วงศ์ศรีชา หรือ น้องชมพู่ มาใช้พื้นที่อาคารรัฐสภา เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับนาย สิระ เจนจาคะ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการกฎหมาย(กมธ.) การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

กรณียื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดมุกดาหารออกหมายจับนายไชย์พล โดยระบุว่ามีพฤติการณ์หลบหนี เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน เวลา 16.00 น. นายชวน หลีกภัย ประฐานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เป็นเรื่องส่วนบุคคล สภาเป็นพื้นที่สาธารณะ แต่จะเกี่ยวข้องกับสภาหรือไม่ ข่าวสด สิระ

ก็ต้องดูว่าภารกิจอะไรที่สภาทำได้ โดยทั่วไปคนที่มีปัญหาก็มาพึ่งสภา เนื่องจากมีกรรมาธิการแต่ละชุดทำหน้าที่อยู่ เมื่อถามว่า กรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตำหนิ นายสิระ ที่นำผู้ต้องหามาแถลงข่าวใต้ถุนสภา นายชวน กล่าวว่า เรื่องความเหมาะสมหรือไม่ เป็นเรื่องส่วนบุคคล ข่าวสด สิระ

ทางด้าน นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่อง “คดีลุงพล” อย่าซ้ำรอย “คดีบอส” ใช้ฝ่ายนิติบัญญัติ เปลี่ยนรูปคดี มีเนื้อหาระบุว่า ผมไม่แปลกใจที่เมื่อวานนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะตำหนิกลางสภา กรณีมีการเอาผู้ต้องหามาแถลงสู้คดีอยู่ใต้ถุนสภา

พร้อมตั้งคำถามเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ซึ่งเป็นมุมเดียวกับที่ผมเป็นห่วง เป็นเรื่องที่ นายสิระ เจนจาคะ ประธานกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ต้องเร่งทบทวน เพราะการใช้อาคารรัฐสภาเป็นเวทีให้ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ สิระ เจนจาคะ pantip

พร้อมด้วย นายไชย์พล วิภา หรือลุงพล ผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตน้องชมพู่ และนางสมพร หลาบโพธิ์ หรือป้าแต๋น ภรรยา แถลงข่าวในการสู้คดีฆาตกรรมน้องชมพู่ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เรื่องในทางคดีเป็นอำนาจหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม ที่ฝ่ายนิติบัญญัติไม่ควรไปก้าวล่วง ไม่เช่นนั้น ระบบถ่วงดุลตามระบอบประชาธิปไตยจะเสียไป สิระ เจนจาคะ pantip

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของกรรมาธิการฯ ระบุชัดในข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 90 (1) กำหนดว่า คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มีหน้าที่และอำนาจกระทำกิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใดๆ ทีเกี่ยวกับการดำเนินการตามแนวนโยบายด้านกฎหมาย การยุติธรรม สิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชน สิทธิในกระบวนการยุติธรรม และความเป็นธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน

นายเชาว์ กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “จึงมีคำถามว่า เรื่องคดีลุงพลเข้าข่ายตามกรอบอำนาจหน้าที่นี้หรือไม่ เมื่อไม่เข้า จะดึงดันเดินหน้าไปเพื่ออะไร มีแต่ผลเสีย ไม่มีผลดีใดๆ เลย ถ้ายังมองภาพไม่ชัด ผมแนะให้ถอดบทเรียนคดีบอส อยู่วิทยา ที่ใช้ กมธ.กฎหมาย ยุค สนช.เป็นเครื่องมือ เปลี่ยนรูปคดีจนนำไปสู่ข้อกล่าวหาสมคบคิดเปลี่ยนสำนวน สะเทือนทั้งวงการนิติบัญญัติและกระบวนการยุติธรรมตั้งต้นมาแล้ว อย่าให้ซ้ำรอยอีกเลยครับ

เพราะกรรมาธิการฯ ของสภา ไม่ใช่เครื่องมือในการสร้างความได้เปรียบทางคดีให้กับใครทั้งสิ้น รวมทั้งไม่มีอำนาจที่จะไปชี้ผิดชี้ถูกให้กับใครในคดีที่อยู่ในอำนาจสืบสวนสวบสวนของพนักงานสอบสวนซึ่งจะแทรกแซงไม่ได้ และการออกหมายจับก็เป็นดุลยพินิจของศาลที่พิจารณาไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏตามคำร้องขอออกหมายจับ ถ้านายษิทราเห็นว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ถูกต้องนำพยานหลักฐานเป็นเท็จไปเสนอต่อศาลก็ชอบที่จะไปฟ้องร้องต่อศาลฐานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ไม่ใช่มาร้องที่กรรมาธิการกฎหมาย และถ้าใครปล่อยให้มีการใช้กรรมาธิการฯแบบนี้ คนนั้นก็มีความผิดตามมาตรา 157 เช่นกันครับ”

สิระ
สิระ

ทางด้าน บิํกป้อม หรือ พล.อ.ประวิตร จะขอฟัง นายสิระ เจนจาคะ ถึงกรณีที่นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ผู้ต้องหาคดีน้องชมพู่ ที่อยู่ระหว่างการประกันตัวในชั้นศาล พร้อมทั้งทนายความ มาแถลงข่าวในรัฐสภา จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม บิ๊กป้อม ล่าสุด

ทางรองนายกรัฐมาตรีและในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หรือพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึง เรื่องดังกล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ชี้แจงไปแล้วว่าไม่เหมาะไม่ควรอย่างไร นายกฯ ก็บอกไปแล้ว และเป็นเรื่องของพรรค ซึ่งหลังจากนี้ก็ต้องเรียกนายสิระมาคุย เกี่ยวกับเหตุการที่เกิดขึ้น บิ๊กป้อม ล่าสุด

ทางนายสิระ เจนจาคะ แจงกับทางผู้ใหญ่แล้วว่า จะนำผู้ต้องหามาแถลงข่าวในสภา ทางสิระกล่าวอีกว่า ไม่กังวลท่านนายกฯ จะไม่พอใจ หวังว่าจะเข้าใจ ถ้าไม่รับเรื่อง จะถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกฏหมายการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน

นายสิระ เจนจาคะ กล่าวถึงกรณีนี้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม พา นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ผู้ต้องหาคดีน้องชมพู่ ที่อยู่ระหว่างการประกันตัวในชั้นศาล เดินทางเข้ามาพบ และมีการแถลงข่าวในรัฐสภา ระหว่างการอภิปรายชี้แจง การออก พ.ร.ก. เงินกู้เพิ่ม 5 แสนล้านบาท ในวันที่ 9 มิถุนายน 64 ว่า ลุงพล

ได้ชี้แจงกับผู้ใหญ่ของทางพรรคไปแล้วว่า การรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน กทธ. มีการปฎิบัติทุกวัน และไม่ได้เลือกปฏิบัติ ไม่ได้เลือกว่าคดีดังหรือไม่ดัง ซึงส่วนตัวไม่กังวลว่านายกรัฐมนตรีจะไม่พอใจ เพราะเชื่อว่านายกรัฐมนตรีจะเข้าใจ สิ่งที่ตนชี้แจงไป ถ้าไม่รับเรื่อง จะถือว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ลุงพล

เพราะฉะนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ตนไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องพิเศษแต่อย่างใด ทั้งนี้ เป็นเรื่องปกติของการทำงาน บางครั้งตนก็ได้รับคำชม บางครั้งก็โดนติ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติอะไร ส่วนการดำเนินการในชั้น กมธ. หลังจากนี้นั้น ก็ต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม กมธ.กฏหมายฯ ภายในสัปดาห์หน้า และขึ้นอยู่กับว่าที่ประชุมจะรับเรื่องไว้พิจารณาหรือไม่ ลุงพลป้าแต๋น

หากบรรจุวาระเรื่องดังกล่าวนี้ จึงค่อยมีมติอีกครั้งว่าจะเชิญใครว่าชี้แจงให้ข้อมูลนี้ ทั้งนี้ในวันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน ตนและกรรมาธิการจะลงพื้นที่ไปยังบ้านกกกอก เพื่อพบกับแม่ของน้องชมพู่และเจ้าพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง ลุงพลป้าแต๋น

บทความแนะนำ