วัคซีน Moderna ต้านโควิด-19 ทางเลือกของไทย

 วัคซีน Moderna

วัคซีน Moderna ก่อนหน้านี้ในประเทศไทยไม่ค่อยมีใครพูดถึงวัคซีนตัวนี้มากนัก ทั้งที่เป็นวัคซีน 1 ใน 3 บริษัทที่องค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (US FDA) อนุมัติให้ใช้กรณีฉุกเฉินในเดือนธันวาคม 2564 ต่อจากวัคซีน Pfizer-BioNTech เพียง 1 สัปดาห์ และก่อนวัคซีน Johnson & Johnson หลายเดือน และได้รับอนุมัติให้ใช้ในสหภาพยุโรปด้วย อย. เผย วัคซีน Moderna ยังอยู่ในขั้นยื่นเอกสาร คาดเสร็จสิ้นกระบวนการภายในเดือนพฤษภาคมนี้

บริษัท Moderna

 ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2010 เดิมเขียนว่า ModeRNA จึงเป็นบริษัทที่วิจัยเทคโนโลยี mRNA มาตั้งแต่แรก และในเดือนมีนาคม 2020 รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์หารือร่วมกับผู้บริหารของบริษัท นำมาซึ่งการร่วมลงทุนพัฒนาวัคซีนในโครงการ Operation Warp Speed (OWS) ด้วยงบ 1.5 พันล้านดอลลาร์

ประสิทธิภาพของวัคซีน Moderna

วัคซีน Moderna ต้องฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกัน 4 สัปดาห์ ต่างจากวัคซีน Pfizer ที่ฉีดห่างกัน 3 สัปดาห์ โดยวัคซีน Moderna เริ่มทดลองเฟส 1 ระหว่างวันที่ 16 มีนาคม-14 เมษายน 2563 พบว่าวัคซีนไม่มีปัญหาด้านความปลอดภัย และกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี จากนั้นทดลองโดสที่เหมาะสมในเฟส 2 ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม-8 กรกฎาคม 2563 Moderna วัคซีนโควิด-19

 เฟส 3 ซึ่งเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีน ทดลองในสหรัฐอเมริการะหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม-23 ตุลาคม 2563 อาสาสมัครทั้งหมด 30,420 คน อายุมากกว่า 18 ปี รวมถึงผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป (มีสัดส่วนประมาณ 25%) ครึ่งหนึ่งได้รับวัคซีน อีกครึ่งหนึ่งได้รับยาหลอก ประเมินประสิทธิภาพที่ 14 วันหลังจากได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม

พบว่า ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อแบบมีอาการ 94.1% โดยกลุ่มอายุ 18-65 ปีมีประสิทธิภาพ 95.6% ส่วนกลุ่มผู้สูงอายุมีประสิทธิภาพ 86.4%

ป้องกันอาการรุนแรง 100% โดยกลุ่มที่ได้รับวัคซีนไม่พบผู้ป่วยอาการรุนแรงเลย แต่กลุ่มที่ได้รับยาหลอกพบผู้ป่วยอาการรุนแรง 30 ราย

 นอกจากนี้บริษัทยังทดลองประสิทธิภาพของวัคซีนในกลุ่มเด็กอายุ 12-18 ปี (เริ่มเดือนธันวาคม 2563 แต่ยังไม่ตีพิมพ์) และกลุ่มเด็กอายุ 6 เดือน-12 ปี (เริ่มเดือนมีนาคม 2564) ถ้าประสบความสำเร็จก็จะทำให้วัคซีนนี้สามารถใช้สร้างภูมิคุ้มกันหมู่ในโรงเรียนได้ ซึ่งวัคซีน Pfizer ประกาศผลเบื้องต้นออกมาแล้วว่ามีประสิทธิภาพ 100% ในกลุ่ม 12-15 ปี

ปัจจุบันวัคซีน Moderna ได้รับอนุมัติให้ใช้ในอย่างน้อย 15 ประเทศ รวมถึงสิงคโปร์ และเวียดนาม สำหรับประสิทธิภาพต่อสายพันธุ์ใหม่จากการทดสอบในห้องทดลองด้วยน้ำเหลืองของผู้ที่ได้รับวัคซีนพบว่าใกล้เคียงกับวัคซีน Pfizer คือสายพันธุ์อังกฤษมีประสิทธิภาพลดลงเล็กน้อย ส่วนสายพันธุ์บราซิล และแอฟริกาใต้ลดลง 4.5 และ 8.6 เท่า

ความปลอดภัยของวัคซีน Moderna

ผลข้างเคียงที่พบในการทดลองเฟส 3 แบ่งเป็นผลข้างเคียงเฉพาะที่ และผลข้างเคียงตามระบบของร่างกาย ดังนี้

เฉพาะที่: ปวดบริเวณที่ฉีดวัคซีน 84.2% บวม 12.2% ผื่นแดง 2.8% ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้บวม/กดเจ็บ 10.2% ส่วนใหญ่เป็นอาการระดับเล็กน้อย และดีขึ้นภายใน 4-5 วัน

ตามระบบของร่างกาย: อ่อนเพลีย 37.2% ปวดศีรษะ 32.7% ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ 22.7% คลื่นไส้อาเจียน 8.3% มักเกิดขึ้นภายใน 2-3 วันหลังจากฉีดวัคซีน

ผลข้างเคียงเหล่านี้พบในกลุ่มอายุน้อย (18-65 ปี) มากกว่ากลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป

 โดยภาพรวมอาการรุนแรงหลังจากได้รับวัคซีนในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนและกลุ่มที่ได้รับยาหลอกใกล้เคียงกัน ผู้เสียชีวิตระหว่างการทดลอง 2 รายไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ส่วนภาวะแพ้รุนแรงสามารถพบได้ 2.5 รายต่อ 1 ล้านโดส ทั้งนี้วัคซีน mRNA ไม่มีส่วนประกอบของไวรัสที่มีชีวิตจึงไม่สามารถทำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนติดเชื้อโควิด-19 ได้

วัคซีน Moderna กับประเทศไทย

ถ้ายังจำข่าวโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร รับจองวัคซีนโควิด-19 เมื่อเดือนธันวาคม 2563 ได้ ซึ่งวัคซีนดังกล่าวคือวัคซีน Moderna แต่หลังจากนั้นอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพแถลงข่าวว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย พ.ร.บ. สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ฐานไม่ขออนุมัติให้โฆษณา และฐานโฆษณาในลักษณะอันเป็นเท็จ โอ้อวดเกินความจริง

 ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 อ้างอิงจากสำนักข่าวไทยโพสต์ระบุว่า ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้ข้อมูลวัคซีนโควิด-19 ที่จะนำเข้าไทยมี 2 บริษัท คือวัคซีน Sinovac ของจีน จะนำเข้ามาในเดือนกุมภาพันธ์ และอีกบริษัทคือวัคซีน Moderna ของสหรัฐอเมริกา แต่ไม่ได้ระบุช่วงเวลา

 จนกระทั่งวันที่ 30 เมษายน 2564 เลขาธิการ อย. ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าขณะนี้บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ตัวแทนจำหน่ายวัคซีน Moderna ในประเทศไทยได้ยื่นเอกสารประกอบการขึ้นทะเบียนแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม (ตามกรอบการพิจารณาในสถานการณ์ฉุกเฉินของ อย. คือ 30 วัน)

วัคซีนโควิด-19 ที่ได้รับการอนุมัติจาก อย.

1.วัคซีนAZD1222 ของ AstraZeneca นำเข้าโดย บริษัทแอสตราเซนเนกา (ประเทศไทย) จำกัด

2.วัคซีนCoronaVac ของ Sinovac นำเข้าโดยองค์การเภสัสชกรรม (อภ.)

3.วัคซีนJNJ-78436735 ของ Johnson & Johnson นำเข้าโดย บริษัทแจนเซ่น – ซีแลก จำกัด

ส่วนวัคซีนที่อยู่ระหว่างประเมินคำขอขึ้นทะเบียน

1.วัคซีน mRNA-1273 ของ moderna นำเข้าโดย บริษัทซิลลิคฟาร์มา จำกัด

นอกจากนี้ ยังมีวัคซีนทยอยยื่นเอกสารประเมินคำขอขึ้นทะเบียนต่อเนื่อง

1.วัคซีนCovaxin ของ BHARAT BIOTECH นำเข้าโดย บริษัทไบโอเจเนเทค จำกัด

2.วัคซีนSputznik V ของ Sputnik V นำเข้าโดย บริษัทคินเจน ไบโอเทค จำกัด

บทความแนะนำ