วัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส

วัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส

วัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส เอกชนเจรจา ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นำเข้าวัคซีน “ ไฟเซอร์ ” 20 ล้านโดส หลังได้โควต้าตรงจาก อเมริกา พร้อมจ่ายเงิน 6,000 ล้านก่อนจัดสรรให้ภาครัฐ 50% ในราคาต้นทุน หวังให้คนไทย ได้ฉีดวัคซีนเร็วที่สุด ชี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อยังพุ่ง หวั่นลากยาวข้ามปี “ ส.อ.ท. ” พร้อมควักเงินฉีดกว่า 1 ล้านโดส เพื่อให้คนได้ วัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส อย่างแน่นอน

ปัญหา “ วัคซีนโควิด-19 ”

ปัจจุนัน วัคซีนที่มี ไม่เพียงพอ กับความต้องการฉีดในประเทศไทย แผนการสั่งซื้อ ทั้งนำเข้า และ ผลิตในประเทศ ก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ การจัดสรรเดิมที่กำหนดตามดีมานต์ในแต่ละพื้นที่ ต้องปรับเปลี่ยนเป็นการฉีดตามซัพพลาย ที่มีแทน นอกจากจะสร้างความไม่พอใจ ให้กับคนไทย ยังทำให้รัฐบาลขาดเสถียรภาพ การมองหาวัคซีนตัวเลือกหรือวัคซีนทางเลือก จึงเป็นอีกช่องทาง ที่ทั้งภาครัฐ และ เอกชนต้องเร่งดำเนินการ

นำเข้าไฟเซอร์ 20 ล้านโดสล่าสุด

พบว่า บริษัทเอกชนรายใหญ่แห่งหนึ่งของไทย ได้สั่งซื้อวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 20 ล้านโดส ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2563 และ บรรลุข้อตกลงในการสั่งซื้อ เหลือเพียงการรอให้หน่วยงานภาครัฐของไทย เป็นผู้ดำเนินการสั่งซื้อตามเงื่อนไข ของผู้ผลิต เพื่อนำมาฉีดให้กับคนไทย โดยเฉพาะเยาวชนอายุระหว่าง 12-18 ปี ซึ่งมีจำนวนกว่า 5.5 ล้านคน ที่ต้องฉีดวัคซีนไฟเซอร์เท่านั้น ผู้บริหารบริษัทเอกชนรายนี้ กล่าวยอมรับว่า มีการเจรจากับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เพื่อศึกษาแนวทางว่า จะสามารถนำเข้า วัคซีนไฟเซอร์ ได้อย่างไร หลังจากที่บริษัท ได้ดำเนินการสั่งซื้อไว้ล่วงหน้า เมื่อ 8 เดือนก่อน จนได้รับจัดสรรโควต้า แต่ด้วยเงื่อนไข การส่งมอบวัคซีน ผ่านหน่วยงานรัฐบาลเท่านั้น จึงต้องศึกษาหาช่องทาง และ โอกาส เพื่อให้คนไทย ได้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์อย่างเร็วที่สุด “ หากไทยบรรลุขั้นตอนการนำเข้าได้ ไฟเซอร์ ก็พร้อมจัดสรรโควต้า ที่สั่งซื้อไว้ 20 ล้านโดส ให้ภายในเดือนมิถุนายนนี้ ”

ซึ่งบริษัทเอง ก็พร้อมสำรองจ่ายเงิน 6,000 ล้านบาท ให้ก่อน เมื่อได้วัคซีนมาก็จัดสรร ให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในสัดส่วน 50% เพื่อใช้เป็นวัคซีนตัวเลือก ในราคาต้นทุน โดยไม่หวังผลกำไร ส่วนที่เหลือก็นำไปฉีดเป็นวัคซีน ทางเลือก โดยไม่ได้บวกกำไร แต่จะคิดจากต้นทุน ค่าขนส่ง ค่าบริหารจัดการจริงเท่านั้น อย่างไรก็ดีในภาวะฉุกเฉินเช่นนี้

วัคซีนไฟเซอร์ และ โมเดอร์นา ( วัคซีนทางเลือกที่อย.ไทยอนุมัติขึ้นทะเบียนแล้ว ) ถือเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูง ต่อการป้องกันโควิด -19 โดยเฉพาะโควิดกลายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์อังกฤษ, อินเดีย รวมถึง แอฟริกาใต้ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทย ยังอยู่ในภาวะวิกฤติ ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดสูง เห็นได้จากคลัสเตอร์ใหม่ ที่ยังเกิดขึ้นจำนวนมาก

หวั่นระบาดข้ามปี

ด้าน นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด ( มหาชน ) หรือ THG เปิดเผยกับ “ ฐานเศรษฐกิจ ” ว่า แม้วันนี้ประเทศไทย จะมีทั้งวัคซีนหลัก ( ซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้า ) และ วัคซีนตัวเลือก ( ซิโนฟาร์ม ) แล้วแต่เชื่อว่าวัคซีนทางเลือก ( โมเดอร์นา ) จะยังเป็นที่ต้องการจากดีมานต์ที่สูงต่อเนื่อง ทำให้บริษัทยังคงสั่งซื้อจำนวน 5 ล้านโดสผ่านองค์การเภสัชกรรม ( อภ. ) เช่นเดิม ซึ่งขณะนี้รอความคืบหน้า จาก อภ. และคาดว่าจะนำเข้าวัคซีน ได้ปลายเดือนกันยายนนี้

“ หากรัฐบาลไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดในคลัสเตอร์ใหม่ๆ ได้ การฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับคนไทยไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เชื่อว่าการแพร่ระบาดจะลากยาวจนอาจจะลุกลาม ไปข้ามปีหน้าก็เป็นได้”อย่างไรก็ดีบริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด ตัวแทนจำหน่ายวัคซีนโมเดอร์นาในประเทศไทย จะเข้าพบรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เดินทางมาเยือนไทยในอีก 1-2 วันนี้ เพื่อเจรจาขอแบ่งวัคซีนโมเดอร์นาในสหรัฐฯ ที่มีเหลือค่อนข้างมาก มาจำหน่ายให้ไทยพร้อมสั่งซื้อล้านโดส ”

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ( ส.อ.ท. ) กล่าวว่า ความต้องการวัคซีนทางเลือก ของสมาชิก ส.อ.ท. ที่แสดงเจตจำนงเข้ามา มีจำนวนประมาณ 1 ล้านโดส เพื่อนำไปฉีดให้กับพนักงาน ขณะที่การนำเข้า วัคซีน ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ล็อตแรกใน เดือนมิถุนายนมีจำนวน 1 ล้านโดส เท่านั้น และจัดสรรให้กับ ส.อ.ท. ได้ทั้งหมดตามความต้องการดังกล่าว แต่ขณะนี้ มีความต้องการจากรายอื่นด้วย ดังนั้น ส.อ.ท. จึงขอซื้อในเบื้องต้นก่อน 3 แสนโดส

ส่วนเรื่อง ของฉีดวัคซีนนั้น เมื่อได้วัคซีนเข้ามา ส.อ.ท. กับทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะต้องมีการหารือ และ ทำงานร่วมกัน เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการฉีด ทั้งเรื่องของสถานที่ และวันเวลา “ ส.อ.ท.ได้เรียกร้องเรื่อง วัคซีนทางเลือก มาโดยตลอด ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการเข้าไปร่วมมือ กับ ราชวิทยาลัยฯ ล่วงหน้า โดย ส.อ.ท. มีความพร้อมที่จะขอซื้อวัคซีนที่เข้ามาทั้งหมด แต่ก็มองว่า อาจจะไม่เหมาะสมเท่าใด นักกับสถานการณ์เวลานี้ เพราะปัจจุบัน ยังมีอีกหลายภาคส่วน ที่ต้องการวัคซีนทางเลือก เช่นเดียวกัน จึงขอซื้อในเบื้องต้น 3 แสนโดส เพื่อให้วัคซีนกระจายไปหลายส่วน ”

7 มิ.ย. มีวัคซีนฉีดแน่อย่างไรก็ดีหลังจากที่ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกาศนำเข้าวัคซีน ซิโนฟาร์มจำนวน 1 ล้านโดส ในเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อเป็นวัคซีนตัวเลือกให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สนใจจะจัดซื้อ เพื่อไปฉีดให้กับบุคลากร ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีองค์กรเอกชน ตลอดจนสมาคมต่างๆ ให้ความสนใจจำนวนมาก จึงมีแผนนำเข้าเพิ่มเป็น 20 ล้านโดสส่วนกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ออกมาแสดงความจำนงที่จะซื้อวัคซีนซิโนฟาร์ม เพื่อฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่เองนั้น

สามารถจัดซื้อวัคซีนได้ ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย แต่ต้องขึ้นกับ กระทรวงสาธารณสุข และ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( ศบค. ) เป็นผู้ให้การสนับสนุน ขณะที่แผนการฉีดวัคซีน ที่จะดีเดย์ทั่วประเทศ ในวันที่ 7 มิ.ย. เป็นต้นไป และหลายฝ่ายหวั่นวิตกว่า จะมีวัคซีน ฉีดให้กับประชาชนหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทวงกลาโหม กล่าวยืนยันว่า ขอให้มั่นใจรัฐบาลเตรียมงบประมาณในส่วนสาธารณสุขเพียงพอต่อการจัดหาวัคซีน ไม่ใช่ไม่มีเงินซื้อ แต่ปัญหาอยู่ที่เขาจะขายวัคซีนให้เท่าไร และจะมีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าฉีดในวันที่ 7 มิถุนายน นี้อย่างแน่นอน รวมถึงวัคซีนซิโนฟาร์ม

บทความแนะนำ