วัคซีนที่ไทยมี เน้นฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ และ ผู้ที่มี 7 โรคเสี่ยง

วัคซีนที่ไทยมี เน้นฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ และ ผู้ที่มี 7 โรคเสี่ยง
วัคซีนที่ไทยมี เน้นฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ และ ผู้ที่มี 7 โรคเสี่ยง

วัคซีนที่ไทยมี เน้นฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ และ ผู้ที่มี 7 โรคเสี่ยง วันที่ 3 กรกฏาคม พ.ศ 2564 ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 6,230 ราย และ มีผู้เสียชีวิตจำนวน 41 ราย จากการประชุมหารือกันนั้นทุกๆ ฝ่ายลงความเห็นว่า ควรที่จะเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ และ ผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 โรค เพราะว่าจากการสำรวจพบว่ากลุ่มนี้มีอัตรการเสียชีวิตที่พุ่งสูงขึ้นกว่าคนกลุ่มอื่นๆ ดังนั้นทางคณะแพทย์จึงเสนอห้ปรับยุทธศาสตร์การฉีดวัคซีนใหม่ จากเดิมที่ ฉีดวัคซีนให้คนไทย 70% เปลี่ยนเป็น ฉีดให้แก่กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค เพราะอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 80% เพราะว่าตอนนี้การแพร่ระบาดนั้น พบไวรัสสายพันธุ์เดลตาที่เข้ายึดครองตามจังหวัดต่างๆ ของประเทศไทย วัคซีนประเทศไทย

กลุ่มผู้สูงอายุที่จะได้รับวัคซีนในอัตราต่ำสุด และ วัคซีนที่ไทยมี เน้นฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ และ ผู้ที่มี 7 โรคเสี่ยง

กลุ่มผู้สูงอายุ
กลุ่มผู้สูงอายุ

วัคซีนที่ไทยมี เน้นฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ และ ผู้ที่มี 7 โรคเสี่ยง ระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 4 เดือน สำหรับคนไทยที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 เข็มแรก เปรียบเทียบจาก 28 ก.พ. – 1 ก.ค มีจำนวนทั้งหมด 10,227,183 ราย คิดเป็น 14.61% ของประชากรทั้งหมด และ ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้วจำนวน 7,364,585 ราย คิดเป็น 10.22% ของประชากร ทั้งหมด ส่วนผู้ที่รับวัคซีนครบสองเข็มแล้วมีจำนวน 2,862,598 ราย คิดเป็น 3.97% ของประชากรทั้งหมด วัคซีนไทย

ส่วนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการฉีดวัคซีนในอัตราที่สูงสุด แน่นอนว่า หนีไม่พ้นบุคลากรการแพทย์ และ สาธารณสุข จากการสรุปผลนั้น พบว่ามีผู้ที่ได้รับวัคซีนครบหมดทั้ง 2 เข็มแล้ว มีจำนวน 6.75 แสนราย (คิดเป็น 94.9% ขณะที่ผู้สูงอายุกลายเป็นกลุ่มที่มีอัตราเข้าถึงวัคซีนในอัตราต่ำสุด โดยมีเพียง 1.4 ล้านรายที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว (คิดเป็น 11.2%) และอีก 8.3 หมื่นรายได้วัคซีนครบสองเข็ม (คิดเป็น 0.7%) ส่วนผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค ได้วัคซีนเข็มแรกแล้ว 7.14 แสนราย (คิดเป็น 13.4%) และได้วัคซีนครบสองเข็ม 1.64 แสนราย (คิดเป็น 3.1%)

  • บุคลากรทางการแพทย์ และ สาธารณสุขจำนวน 7.12 แสนราย ได้วัคซีนเข็มที่หนึ่งจำนวน 106.5% เข็มที่สองจำนวน 94.9%
  • เจ้าหน้าที่ด่านหน้าจำนวน 1.9 ล้านราย ได้วัคซีนเข็มที่หนึ่งจำนวน 33.4% ได้รับวัคซีนเข็มที่สองจำนวน 21.3%
  • อาสาสมัครสาธารณสุข หรือ (อสม.) มีทั้งหมด 1 ล้านราย ได้วัคซีนเข็มที่หนึ่งจำนวน 30% และเข็มที่สองจำนวน 16.6%
  • สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคจำนวน 5.35 ล้านราย ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่หนึ่งไปแล้วจำนวน 13.4% เข็มที่สองจำนวน 3.1%
  • และประชาชนทั่วไปในพื้นที่ ที่มีการระบาดจำนวน 28.5 ล้านราย ได้วัคซีนเข็มที่หนึ่งอยู่ที่ 12.5% เข็มที่สอง 4.8%
  • สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 12.5 ล้านราย ได้วัคซีนเข็มที่หนึ่งอยู่ที่ 11.2% เข็มที่สองจำนวน 0.7%
ลงทะเบียนจองวัคซีน
ลงทะเบียนจองวัคซีน

จังหวัดนครปฐมสามารถฉีดวัคซีนได้ต่ำสุด ในกลุ่มพื้นที่สีแดงเข้มเท่านั้น

เมื่อเทียบผลการฉีดวัคซีนในกลุ่มเป้าหมายนั้น พบว่า ในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล แน่นอนว่าเป็นพื้นที่ได้รับการควบคุมสูงสุด เป็นพื้นที่สีแดงเข้ม วัคซีน 60

  • กรุงเทพฯ ได้วัคซีนเข็มที่หนึ่งเรียบร้อยแล้วอยู่ที่ 2.49 ล้านราย (โดยคิดเป็น 32.36%) และ เข็มที่สองจำนวน 8.25 แสนราย (คิดเป็น 10.73%)
  • สมุทรสาคร ได้รับวัคซีนเข็มที่หนึ่งอยู่ที่ 1.85 แสนราย (คิดเป็นร้อยละ 19.42%) เข็มที่สองจำนวน 1.13 แสนราย (คิดเป็น 11.88%)
  • นนทบุรี ได้วัคซีนเข็มที่หนึ่งจำนวน 3.01 แสนราย (คิดเป็น 18.74%) และ เข็มที่สองอยู่ที่ 1.2 แสนราย (คิดเป็น 7.5%)
  • สมุทรปราการ ได้รับวัคซีนเข็มที่หนึ่งจำนวน 3.18 แสนราย (คิดเป็น 16.5%) เข็มที่สอง 7.76 หมื่นราย (คิดเป็น 4.02%)
  • ปทุมธานี ได้รับวัคซีนเข็มที่หนึ่งอยู่ที่ 1.57 แสนราย (คิดเป็น 10.25%) เข็มที่สอง 5.44 หมื่นราย (คิดเป็น 3.55%)
  • นครปฐม ได้รับวัคซีนเข็มที่หนึ่งจำนวน 6.64 หมื่นราย (คิดเป็น 5.91%) เข็มที่สอง 2.27 หมื่นราย (คิดเป็น 2.02%)
  • ภูเก็ต ได้รับวัคซีนเข็มที่หนึ่งจำนวน 3.84 แสนราย (คิดเป็น 70.25%) เข็มสอง 3.07 แสนราย (คิดเป็น 56.09% หุ้น วัคซีน ไทย
วัคซีน
วัคซีน

กรมควบคุมโรคได้เปิดข้อมูล 2 วัคซีนหลัก คือ

ในประเทศไทยตอนนี้วัคซีนหลักที่กระจายฉีดให้คนไทยมีอยู่ 2 ยี่ห้อคือ วัคซีนซิโนแวค และ วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า อธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. อธิบดีกรมควบคุมโรค สธ. บอกว่าได้รับวัคซีนทั้ง 2 ยี่ห้อนี้ในจำนวน 12,965,360 โดส แบ่งเป็น วัคซีนซิโนแวค 10 ล็อต รวมทั้งหมดอยู่ที่ 7,475,960 โดส ได้รับมอบตั้งแต่ 26 ก.พ.-23 มิ.ย. ในจำนวนนี้มีอยู่ 2 ล็อตที่ทางประเทศจีนบริจาคให้ รวมทั้งหมดเป็น 997,520 โดส วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 8 ล็อต รวมทั้งหมด 5,489,400 โดส รับมอบตั้งแต่ 28 ก.พ.-30 มิ.ย. วัคซีนที่จําเป็นต้องฉีด

บทความแนะนำ