ยิ่งใช้ยิ่งได้ แจก E-Voucher 7,000 พร้อมเผยรายละเอียดการสมัคร

ยิ่งใช้ยิ่งได้
ยิ่งใช้ยิ่งได้

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงมาตรการใหม่ ยิ่งใช้ยิ่งได้ สำหรับกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อ และมีรายได้ค่อนข้างสูง ซึ่งรัฐจะสนับสนุน E-Voucher ค่าซื้อสินค้า ค่าอาหาร เครื่องดื่ม และบริการกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ไม่เกิน 5 พันบาทต่อคนต่อวัน สะสมสูงสุดไม่เกิน 7 พันบาทต่อคน โดยการใช้จ่ายจะได้รับ e-Voucher ตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย. 2564 และใช้จ่าย E-Voucher ได้ในเดือน ส.ค. – ธ.ค. 2564 ซึ่งการใช้จ่ายจะดำเนินการผ่าน G-Wallet ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยมาตรการนี้ครอบคลุม 4 ล้านคน

โดยการใช้งานมาตรการยิ่งใช้ยิ่งได้ จะมีการเติมเงินเพื่อใช้จ่ายผ่านแอพลิเคชั่น เป๋าตัง ในแบนเนอร์มาตรการ ยิ่งใช้ยิ่งได้เท่านั้น และสามารถใช้ได้กับ ทุกร้านค้าที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งรวมถึง ห้างสรรพสินค้า เซเว่นอีเลฟเว่น ก็ใช้ได้ และระบบจะให้คืน เป็น E-Voucher ไม่ใช่เงินสด ซึ่งรัฐจะสนับสนุน E-Voucher ให้ที่ประมาณ 10-15% หรือ หากต้องการใช้สิทธิ์ เพื่อให้ได้ E-Voucher สูงสุด 7 พันบาท ต้องเติมเงินเข้าระบบใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 7 หมื่นบาท ซึ่งถือว่าสูงมาก เพราะต้องการกระตุ้นให้ผู้มีกำลังซื้อใช้จ่ายจริง โครงการรัฐ

ทั้งนี้เพื่อรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศนั้น มาตรการใหม่อย่าง ยิ่งใช้ยิ่งได้นั้น กระทรวงการคลังจะมีการเตรียมงบประมาณให้เพียงพอเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 4 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศผ่านกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง ให้นำเงินออกมาใช้จ่าย และสนับสนุนผู้ประกอบการที่จดภาษีแวตได้ ซึ่งมาตรการที่จะออกในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ที่ครอบคลุมกว่า 51 ล้านคน จะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงที่สถานการณ์การระบาดดีขึ้น ก็จะช่วยทำระบบเศรษฐกิจ และมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ตั้งแต่ ก.ค.- ธ.ค. นี้ ประมาณ 4 แสนล้านบาท ซึ่งแหล่งเงินจะมาจาก พ.ร.ก. กู้เงินที่ยังเหลืออยู่ โดยหลังจากนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบจะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ในส่วนของการรับสิทธิ์ ตามมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ของรัฐบาลที่เตรียมจะดำเนินการนั้น ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ได้ 1 คนต่อ 1 โครงการเท่านั้น เช่น หากเลือกรับสิทธิ์ในโครงการคนละครึ่ง ก็ไม่สามารถใช้สิทธิ์ในโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ได้อีก หรือหากเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ก็ไม่สามารถใช้สิทธิ์ในโครงการคนละครึ่งได้อีก เป็นต้น โครงการรัฐบาลล่าสุด

“มาตรการนี้ จะเป็นมาตรการที่ดึงเงินในกระเป๋าของผู้ที่มีรายได้ปานกลางถึงระดับสูง เพื่อให้เม็ดเงินมีส่วนเข้าไปกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ โดยจะต้องใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการก่อน จากนั้น รัฐจะคืนส่วนหนึ่งราว 10-15% ของเงินที่ใช้จ่ายเข้าไปในแอพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ดังนั้น หากผู้ร่วมโครงการต้องการได้เงินคืนมาเต็ม 7,000 บาท ก็ต้องใช้จ่ายเงินระดับหนึ่งหรือหลายหมื่นบาท” นางสาวกุลยา ตันตเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) กล่าว

ยิ่งใช้ยิ่งได้ เป็น โครงการใหม่จากรัฐบาลเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงไตรมาสที่ 3-4 ของปี เพื่อดึงดูดให้ผู้มีกำลังซื้อสูง กลุ่มผู้มีรายได้สูง นำเงินออกมาใช้จ่ายและสนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โครงการรัฐล่าสุด

ยิ่งใช้ยิ่งได้
ยิ่งใช้ยิ่งได้

ไทม์ไลน์ “ลงทะเบียน” “ยิ่งใช้ยิ่งได้”

การลงทะเบียนยิ่งใช้ยิ่งได้ ยังไม่มีรายละเอียดวัน-เวลาที่แน่ชัด แต่คาดว่าจะทำได้หลังจากสถานการณ์การระบาด “โควิด-19” คลี่คลายลง คาดว่าประมาณหลังเดือนมิถุนายน 2564 

รัฐวางแผนจะเปิดระบบให้กดรับสิทธิ์ E-Voucher ได้ในช่วงเดือน ก.ค. – ก.ย. 2564

ประชาชนสามารถนำ E-Voucher ไปใช้จ่ายได้ในเดือน ส.ค. – ธ.ค. 2564

ระยะเวลาการใช้สิทธิ์รวม 5 เดือน คือ  ส.ค. – ธ.ค. 2564 

จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติในการออกมาตรการเยียวยาโควิดรอบใหม่ เมื่อ 5 พ.ค.64 มีทั้งโครงการใหม่อย่าง “ยิ่งใช้ ยิ่งได้” และโครงการเดิมอย่าง “คนละครึ่ง เฟส 3 , ม.33 เรารักกัน เราชนะ และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการรัฐบาลแจกเงิน

โดย ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระบุว่า การช่วยเหลือผ่านโครงการ “คนละครึ่ง เฟส 3” หวังช่วยเหลือ กลุ่มเป้าหมาย 31 ล้านคน หลังจากเปิดให้ประชาชนลงทะเบียน ร่วมโครงการมาแล้ว 15 ล้านคน รัฐบาลจะดึงฐานข้อมูลเดิม แต่ต้องให้ผู้ร่วมโครงการ คนละครึ่ง ยืนยันตัวตนผ่านแอป “เป๋าตัง” อีกครั้ง เนื่องจากต้องการให้เปลี่ยนใจเลือกเข้าร่วมโครงการของรัฐ คือ โครงการ “ยิ่งใช้ ยิ่งได้” เพราะต้องการให้เลือกรับการช่วยเหลือจากรัฐ เพียงโครงการใดโครงการหนึ่ง

เมื่อเสนอ ครม.พิจาณาแล้ว เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนใหม่เพิ่มอีก 16 ล้านคน เพื่อรับสิทธิ์เหมือนกันในการรับเงินเยียวยา 3,000 บาท ส่วนกลุ่มเดิมจะได้รับเงินโดยอัตโนมัติ กำหนดเงื่อนไขเหมือนเดิม ในการใช้จ่ายไม่เกินวันละ 150 บาท หากเกินใช้เงินของตนเอง แต่รัฐสมทบไม่เกิน 150 บาท ใช้เงินจนครบ 3,000 บาท โครงการ ประชา รัฐ ล่าสุด

ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ให้รายละเอียดในมาตรการเยียวยาโควิดรอบใหม่อื่นด้วยว่า สัปดาห์หน้ากระทรวงการคลัง เตรียมเสนอรายละเอียดการขยายเวลาโครงการ เราชนะ และ ม.33 เพิ่มเงินให้คนละ 2,000 บาท เพื่อเร่งโอนให้ชาวบ้านใช้จ่าย ในช่วงเดือนพฤษภาคม สามารถใช้เงินได้จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 64 เนื่องจากเป็นมาตรการเร่งด่วน 

รวมถึงการลดภาระค่าไฟฟ้า ประปา เพื่อให้เป็นโครงการต่อเนื่อง หลังจากนั้นสัปดาห์ถัดไป เตรียมเสนอ ครม.พิจารณา มาตรการอื่นเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือหลังจากสถานการณ์โควิดคลี่คลาย เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564 ประกอบด้วย มาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ การช่วยเหลือผ่านโครงการ “คนละครึ่ง เฟส 3” และโครงการ “ยิ่งใช้ ยิ่งได้”

บทความแนะนำ