ธรรมนัส รอด ไม่ต้องพ้นสถานะ รมช.และ ส.ส.พลังประชารัฐ

ธรรมนัส
ธรรมนัส

วันที่ 5 พ.ค. ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ ส.ส.และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบ 160(6) มาตรา 98 (10) และมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (10) จากกรณี ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องของสมาชิกพรรคฝ่ายค้านขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การที่ศาลออสเตรเลียได้มีคำพิพากษาเมื่อเดือน มี.ค. 37 ว่า ร.อ.ธรรมนัส มีความผิดฐานนำเข้าและค้ายาเสพติดสั่งคุก 6 ปี แต่จำคุกจริง 4 ปี ก่อนถูกเนรเทศกลับประเทศไทย ร.อ.ธรรมนัส จึงเข้าข่ายเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่ง ส.ส.และรัฐมนตรีหรือไม่ศาลรัฐธรรมนูญ วันนี้

โดยทางศาลรัฐธรรมนูญได้ระบุเหตุผลว่า แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ร.อ.ธรรมนัสต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แต่ก็เป็นของศาลแขวงเครือรัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ไม่ใช่ศาลไทย จึงไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายไทย

ธรรมนัส
ธรรมนัส

ด้าน นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า แสดงความคิดเห็นกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ ส.ส.และความเป็นรัฐมนตรีของ นายธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญจุ๊บ จิ๊ บ ธร ร มนัส

ธนาธร ได้กล่าวว่า “ผมรับฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วยความประหลาดใจ แม้จะไม่ผิดความคาดหมายที่ รมช.เกษตรและสหกรณ์ มือประสานสิบทิศของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะรอดจากการพ้นสภาพรัฐมนตรี แต่คำวินิจฉัยของศาลวันนี้เกินความคาดหมายของผมไปมาก เพราะระบุว่าแม้ศาลออสเตรเลียจะมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกธรรมนัสในคดียาเสพติดจริง แต่เป็นศาลออสเตรเลีย ไม่ใช่ศาลไทย จึงไม่มีลักษณะต้องห้ามการเป็นรัฐมนตรี

ผมจึงขอตั้งข้อสังเกต 2 ข้อ ดังนี้

ประการแรก

ศาลรัฐธรรมนูญได้อ่านคำวินิจฉัยชัด ๆ ว่า “ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า ก่อนลงสมัคร ส.ส. นาย ธรรมนัสยอมรับว่าเคยกระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ เครือรัฐออสเตรเลีย” และ “เคยต้องคำพิพากษาของศาลแขวงนิวเซาท์เวล เครือรัฐออสเตรเลีย”

หมายความว่าที่ธรรมนัสกล่าวอ้าง ทั้งในสภา กับวาทะ “มันคือแป้ง” และนอกสภา ที่เขายืนยันครั้งแล้วครั้งเล่าว่าไม่เคยติดคุก ไม่ได้ค้ายาเสพติด เป็นเรื่องไม่จริง เท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่ธรรมนัสจะขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีจะมีความสง่างามได้อย่างไร จะได้รับความเชื่อถือจากประชาชนได้อย่างไร หากมีรัฐมนตรีที่โกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเรื่องคอขาดบาดตายอย่างการพัวพันกับการค้ายาเสพติด

ประการที่สอง

คำวินิจฉัยในวันนี้จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ในสังคมไทยใช่หรือไม่ ว่าไม่ว่าจะเป็นอาชญากรหรือนักโทษมาจากไหน แต่ประเทศไทยจะเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้เป็นรัฐมนตรีได้เสมอ ตราบใดที่ไม่ได้ต้องคดีในไทย ถ้าเป็นแบบนี้ ต่อไปพ่อค้ายา พ่อค้าอาวุธทั่วโลกก็คงสามารถเอาเงินจากการก่ออาชญากรรม มาซื้อตำแหน่งรัฐมนตรี กลายเป็นผู้บริหารประเทศไทยได้ใช่หรือไม่

เราจะปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้จริง ๆ หรือ?

หากเป็นแบบนี้ต่อไป อย่าแปลกใจเลยครับที่คนไทยจำนวนมากจะอยากย้ายประเทศ เพราะไม่มีใครหรอก ที่อยากอยู่ในบ้านเมืองที่ไม่มีที่อยู่ให้กับคนมีความสามารถ แต่กลับมีที่ยืนให้กับบุคคลเช่นนี้” ธนาธร กล่าวข่าว ศาล รัฐธรรมนูญ คําวินิจฉัย วัน นี้

ธรรมนัส
ธรรมนัส

บทบาทสำคัญทางการเมืองในพรรคพลังประชารัฐนายธรรมนัสคือ คีย์แมน ที่ได้รับมอบหมายงานสำคัญจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นั้นคือการเป็น คีย์แมน ให้กับพรรคประชารัฐนั้นเองธรรมนัสพรหมเผ่า

โดยก่อนการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 นายธรรมนัส รับงานหิน-ตีฐานที่มั่น “ทักษิณ ชินวัตร” ทลายป้อมค่ายพรรคเพื่อไทย ในตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ จนสามารถเชิญพี่เขย-จีรเดช ศรีวิราช อดีตรองนายกอบจ.พะเยา เข้าป้าย และได้ทำการครองเก้าอี้ ส.ส.พะเยามาได้ 2 ที่นั่ง จากทั้งหมด 3 ที่นั่ง

หลังจากการเลือกตั้ง ร.อ.ธรรมนัสก็เป็นหัวหอกนำทัพชนะเลือกตั้งซ่อม จังหวัดนครศรีธรรมราช เจาะไข่แดงภาคใต้-เมืองหลวงพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผลงานชิ้นโบแดง จนได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัดสงขลา-นครศรีธรรมราชและภูเก็ต

ร.อ.ธรรมนัสนิยามตัวเองว่า เป็น “เส้นเลือดใหญ่” ของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่ต้องแปลกใจที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจตลอดทุกครั้งที่ผ่านมาที่ผ่านมาจะถูกฝ่ายค้านยื่น “ญัตติซักฟอก” แต่ก็เอาตัวรอดมาได้ทั้งสองครั้งธนาธร หายไปไหน

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า “ผมเป็นกำลังหลักในการจัดตั้งรัฐบาล มีบทบาทในการขับเคลื่อนและประสานงาน หากล้มผมได้ รัฐบาลก็สั่นคลอน เพราะหลายเรื่องที่ได้ประสานงานไว้นั้นถือเป็นความลับที่ผมรู้เพียงคนเดียว เขารู้ว่าผมเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่จะเอาเลือดไปหล่อเลี้ยงในหัวใจของรัฐบาล จึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อล้มผม…เป้าหมายเพื่อที่จะล้มล้างรัฐบาล”

หากย้อนเส้นทางการเมือง นายธรรมนัสเริ่มต้น “งานการเมือง” เมื่อปี 2542 กับพรรคไทยรักไทย ที่มี “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” หัวหน้าพรรคไทยรักไทย (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น) เป็นหัวหน้าพรรค เป็นทีมงานเบื้องหน้า-เบื้องหลังทีมยุทธศาสตร์เลือกตั้งให้กับพรรคไทยรักไทย-ทีมยุทธศาสตร์เลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ทำงานร่วมกับ “ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ” และเป็นคณะทำงานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของพรรคพลังประชาชน-พรรคเพื่อไทย แต่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ- ถูกคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) รัฐประหารเสียก่อน ธนาธร พรรคอะไร

เนื่องด้วย ร.อ.ธรรมนัสอยู่ใน “บัญชีผู้มีอิทธิพล” ที่ถูก คสช.เรียกเข้าค่ายทหาร-รายงานตัว เพราะเป็นแม่งานในเรื่องการรักษาความปลอดภัยในช่วงการชุมนุมของคนเสื้อแดง-การ์ดนปช. เส้นทางการทหาร “ผู้กองธรรมนัส” ชื่อ-สกุลเดิม นายยุทธภูมิ โบพรหม-นายพชร โบพรหม หรือ นายพชร พรหมเผ่า-นายมนัส พรหมเผ่า มีชื่อเล่นว่า “นัท” เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 25 (ตท.25) และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 36 รุ่นเดียวกันกับ “พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม” รับราชการครั้งแรกครอง “ยศร้อยโท” หรือ ร.ท.พชร พรหมเผ่า ในตำแหน่งผู้บังคับหมวดกรมทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ หลังจากนั้นในปี 2536 ต้องต่อสู้คดีในชั้นศาลออสเตรเลียข้อหาพัวพันยาเสพติดถึง 4 ปี ก่อนจะกลับมายังประเทศไทยในปี 2539 และกลับเข้ารับราชการทหาร โดยใช้ข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติ ล้างมลทินในยศ “ร.ท.พชร พรหมเผ่า” โดยเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2540 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี พระราชทานยศทหารกลับคืน ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2540 เป็นต้นไป นั้นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้

บทความแนะนำ