ธนาคารกรุงศรี เจาะลึกตลาดคริปโต

ธนาคารกรุงศรี เจาะลึกตลาดคริปโต
ธนาคารกรุงศรี เจาะลึกตลาดคริปโต

ธนาคารกรุงศรี เจาะลึกตลาดคริปโต Calibra คือ กระเป๋าเงินดิจิทัล อาจจะมีหลายๆ คนนั้นสงสัยว่าการเก็บเงิน Libra ส่วนใหญ่แล้วเค้าจะเก็บกันไว้ที่ตรงไหน คำตอบที่ได้ก็ คือ เก็บไว้ในกระเป๋าเก็บเงินดิจิทัล หรือเรียกอีกอย่างว่า Calibra นั่นเอง ซึ่งหน้าที่หลักๆ ของมันก็ คือ เป็นกระเป๋าเงิน เอาไว้สำหรับรับ-ส่งเงิน ในสกุล Libra แต่ว่าแอปนี้จะแยกออกมาจากบัญชีผู็ที่ใช้เฟซบุ๊ก ดังนั้นจะไม่มีการแชร์ข้อมูลส่วนตัวใดๆ หากไม่ได้รับการยินยอม จากผู้ใช้งาน ดังนั้นผู้ใช้งานสามารถหมดห่วงเรื่องนี้ไปได้เลย ไม่ต้องกังวลเรื่องใดทั้งสิ้น

Libra Association

ผู้ที่คิดค้น และ พัฒนาระบบ Libra อยู่ตลอด ก็ คือ เฟซบุ๊ก และเพื่อความยุติธรรมกับหลายๆ ส่วนงาน จึงได้มีการจัดตั้งสมาคม Libra Association ขึ้นมา สำนักงานใหญ่จะอยู่ที่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งที่กรุงเจนีวา

โดยเป็นศูนย์กลาง ในการบริหารจัดหารต่างๆ ของ Libra ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยังมีผู็ที่ร่วมก่อตั้งอีกจำนนวน 27 องค์กร จากสถานบันการเงินประเทศต่างๆ ทั่วโลก ประกอบไปด้วย Blockchain Community , eBay , Mastercard , VISA , Paypal และ Spotify

ธนาคารกรุงศรี เจาะลึกตลาดคริปโตฯ ชี้ราคาการปรับฐาน – แนะนำวิธีการศึกษาก่อนทำการลงทุน

นายปรมินทร์ อินโสม ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโครงการ Firo เป็นเหรียญคริปโตในด้าน Privacy และ Satang Pro หรือเรียกว่ากระดานเทรดคริปโตแห่งแรกของคนไทย ร่วมกับ นายวิน พรหมแพทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ธ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจากธนาคารกรุงศรี และ ยังเป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า Invest Like A Pro และนายบรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน ทั้งหมดได้ร่วมกับ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)

ซึ่งได้ทำการจัดทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อเจาะลึกในหัวข้อ “Cryptocurrency ที่มาของกระแสหรือไปต่อ Powered by Krungsri Simple” ธนาคารกรุงศรี เจาะลึกตลาดคริปโตฯ ตลาดคริปโต

นายปรมินทร์ ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ในขณะนี้ราคาของคริปโตไม่ได้คงที่แน่ชัดมีความผันผวนสูง และอาจจะดิ่งลง ซึ่งเป็นธรรมดาที่ตัวเลขจะพุ่งสูงและลงมาต่ำ แต่เค้ามองว่าในระยะยาวมันยังสามารถที่จะไปต่อได้อยู่ สำหรับผู้เล่นในระยะสั้นนั้น อาจจำทำกำไรรายวันค่อนจ้างดีเลยทีเดียว ถ้าหากว่ามีความชำนาญมากพอ แตว่าการตลาดคริบโตในประเทศไทยนั้น เค้าบอกว่าคนไทยส่วนใหญ่จะชอบซื้อแล้วถือไว้ทำกำไรในระยะยาวมากว่าเก็บไว้ทำกำไรในระยะสั้น

ทั้งนี้ นายวิน พรหมแพทย์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ในสายงานลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ธ ในธนาคารกรุงศรีอยุธยา ยังกล่าวอีกด้วยว่า ตอนนี้สถาบันการเงินและบริษัทใหญ่ๆ ของระดับโลกเริ่มที่จะหันมาสนใตการลงทุนในคริปโตมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องหันกลับมาดูอิทธิพลของเหรียญดิจิทัลว่ามีฟังก์ชั่นพิเศษอะไรกับพอร์ตบ้าง เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ทำให้นักลงทุนหลายๆ คน หันใส่ใจและสนใจในเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง ตลาดคริปโตเคอเรนซี่

และ Currency คือความยากที่ตลาดเองไม่สามารถที่จะประเมินราคาได้หมือนกับหุ้นทั่วไป เหตุนี้จึงส่งผลทำให้นักลงทุนหลายๆ คน ไม่มั่นใจ และลังเล ในการที่จะซื้อและขายไป เพราะว่ามูลค่ามันยังไม่คงที่แน่ชัด

มีหลายๆ เรื่องที่นักลงทุนส่วนใหญ่รู้สึกสับสนกับเงินดิจิทัล เพราะว่าความผันผวน คาดเดาได้ยาก เนื่องจากว่าการให้ข่าวในมุมใดก็ตามของเหล่าบรรดาคนดังก็จะส่งผลทำให้ราคาต่ำและสูงขึ้นทันที เรื่องนี้เลยเป็นจุดอ่อน ทำให้สถาบันทางการเงินต่างๆ ไม่กล้าตัดสินใจที่จะลงทุนในคริปโต อย่างเต็มตัวสักที

นายวิน ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกด้วยว่า เงินดิจิจทัลนั้นจะเป็นทางเลือกหนึ่งในอนาคตอย่างแน่นอน แต่ว่าผู้ที่จะเข้ามาลงทุนนั้นจำเป็นที่จะต้องศึกษารายละเอียดให้เข้าใจให้ดีก่อน เนื่องจากว่า เงินดิจิทัล เป็นสกุลเงิน มีการแลกเปลี่ยนมากกว่ารูปแบบการลงทุนทั่วไป จะไม่เหมือนสินทรัพย์อื่นๆ ที่จะมีการจ่ายดอกเบี้ย หรือว่าเงินปันผล เนื่องจากว่าเงินดิจิทัลมีความผันผวนที่สูงและต่ำไปมาไม่มีคงที่แน่ชัด จึงไม่แนะนำให้ลงทุนทุ่มทุนมากจนเกินไป

และการลงทุนสินทรัพย์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง จะเห็นได้เลยว่าจะมีคำแนะนำในการลงทุนที่ชัดเจน อย่างเช่นอสังหาริมทรัพย์ ก็จะแบ่งสัดส่วนที่ชัดเจนไปเลยว่าควรอยู่ที่ประมาณ 15-20% ของเงินลงทุน และถ้าจะนำมาลงทุนคริปโตก็ควรจะอยู่แค่ 5% ก่อน ควรที่จะเรียนรู็ก่อนการลงทุน ลงทุนในเงินดิจิทัลนั้นควรจะซื้อขายโดยตรงมากกว่า เพราะว่ามันข้อมูลที่ลึกมาก และในอนาคตหากมีกองทุน รวมดัชนีหรือ Exchange Traded Fund (ETF) เข้ามาในการลงทุนคริปโต ก็จะช่วยให้นักลงทุนหลายๆ คนได้หมดห่วง ทำให้มั่นใจในการลงทุนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

นายปรมินทร์ ยังกล่าวเสริมมาอีกว่า เราสามารถสังเกตในการลงทุนคริปโตได้ด้วยตัวเอง แล้วแต่สไตล์ของแต่ละบุคคล ถ้าไม่มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาทำให้ราคาขึ้นไป ก็อาจจะทำให้ราคาดิ่งลงก็เป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือการเก็บรักษาเงินดิจิทัล และเรียนรู้พยายามทำความเข้าใจเทคโนโลยีที่เข้ามาทุกวันด้วย หมั่นศึกษารายละเอียดจะทำให้เรามั่นใจในการลงทุนมากยิ่งขึ้น ตลาดคริปโต คือ

ตลาดคริปโต
ตลาดคริปโต

Bitcoin Cryptocurrency คืออะไร?

คือ Digital Asset หรือเรียกอีกอย่างว่า สินทรัพย์ดิจิทัล ที่มีโอกาสการเกิดใหม่ของการลงทุนที่จะสามารถสร้างรายได้และ ผลกําไรที่มากมาในรูปแบบใหม่ ซึ่งอาจจะมีอัตราการขยายที่สูงขึ้นมากกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ อีกหลายเท่าตัว ผลกำไรที่ได้นั้นอาจจะสูงที่สุดในโลกของการลงทุนในปัจจุบัน และในการลงทุน สามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยตัวเอง ที่สำคัญ ใช้ต้นทุนต่ำก็ได้ การลงทุน และยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของมนุษย์เงินเดือนอีกด้วย เป็นช่องทางหนึ่งในการหารายได้เสริม

Bitcoin คืออะไร

Bitcoin คือ ตัวอย่างสกุลเงินดิจิทัล ที่ไม่มีใครจะไม่รู้จักอย่างแน่นอน แต่ว่าในส่วนของคริปโตเองก็มีค่าไม่คงที่เนื่องจากว่าผันผวนอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่นเมื่อก่อนหน้านี้มีมูลค่า สูงไปจนถึง 20,000 เหรียญฯ แต่ตอนนี้กลับตกลงมาเหลือเพียงแค่ 3,000 เหรียญฯ ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น ซึ่งหน้าใจหายมากๆ เพราะฉะนั้นจึงเรียกได้ว่า เงินดิจิทัล ทำหน้าที่ของเงินได้ไม่ครบ เนื่องจากว่ายังไม่ได้เป็นสื่อกลางในการชำระเงิน เพราะว่ามูลค่าไม่คงที่ชัดเจน เหตุนี้จึงทำให้นักเกร็งกำไรหันมาสนใจในการเข้าไปเทรดบิทคอยน์ หรือ บางคนก็เลือกที่จะเก็บเอาไว้เป็นสินทรัพย์มากกว่าการเอาไว้ซื้อของ

มาดูสกุลเงินที่ใช้ร่วมกันทั่วโลก


Global Currency คือ สกุลเงินที่เราใช้กันเกือบจะทั่วโลก ซึ่งจุดประสงค์หบักที่เห็นได้ชัดเจนก็ คือ การทำธุรกรรมการเงิน ที่สามารถทำได้ที่ไหนก็ได้ง่ายๆ ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ไม่จำเป็นต้องพกเงินสดอยู่ตลอดเวลา ลดความยุ่งยากในการใช้เงิน ศซื้อของ จับจ่ายสิ้นค้า ได้ง่ายขึ้น สะดวกสบาย เพียงแค่มีมีสมาร์ทโฟน โทรศัพท์มือถือ และ มีอินเทอร์เน็ตก็สามารถใช้งานได้แล้ว ต่างกันแค่เพียงสกุลเงินที่ใช้แต่ละประเทศ

 เจาะลึกตลาดคริปโต
เจาะลึกตลาดคริปโต
มูลค่าคงที่

Libra จุดแข็งก็คือ เงินดิจิทัลที่มีมูลค่าคงที่ (Stable Coin) เหรียญที่ใช้ทุกๆ เหรียญจะโรงโยงไปกับสินทรัพย์ที่หนุนหลัง นั่นก็ คือ Libra และจะมีค่าเมื่อมีสินทรัพย์มาค้ำประกัน ถึงจะผลิตออกไปตามมูลค่าเงินนั้นๆ ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องมีความมั่นคง สภาพคล่องสูง และเพื่อป้องกันการกระจายความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ในกระบวนการรับ – ส่งเงิน บน Libra ที่ทำงานอยู่บน Libra Blockchain ซึ่งถือว่าเป็นระบบการกระจายศูนย์ (Decentralized) เพราะว่าข้อมูลทุกๆ อย่างจะถูกเก็บ และ ถูกแชร์บนระบบทั้งหมด และมีตัว Smart Contract ที่คอยเขียนโค้ดด้วยภาษา Move ที่ถูกพัฒนาและออกแบบมาเพื่อป้องกันความปลอดภัยขุั้นสูง สามารถรองรับการให้บริการ ในระดับ 1,000 ล้านคนต่อวัน

บทความแนะนำ