ทีมชาติอิตาลี เฉือนชนะ ออสเตรีย 2-1 ในศึกยูโร 2020 รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ทีมชาติอิตาลี
ทีมชาติอิตาลี

ในศึกการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2020 เป็นการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย ระหว่าง ทีมชาติอิตาลี พบกับทีมชาติ ออสเตรีย ณ เวมบลีย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยในรอบแรกนั้นอิตาลีโชว์ฟอร์มได้อย่างโหดด้วยผลงานที่ชนะไป 3 นัดรวด ยิงไป 7 ลูก และไม่เคยเสียประตูให้กับทีมไหนเลย เข้ารอบมาด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่ม เอ ส่วนทางด้านทีมชาติ ออสเตรีย นั้นเข้ารอบมาในฐานะรองแชมป์จากกลุ่ม ซี โดยทีมชาติออสเตรีย ชนะ นอร์ธ มาซิโดเนียไป 3-1 ประตู แพให้กับทีมชาติเนเธอแลนด์ ไป 0-2 ประตู และชนะทีมชาติยูเครน 1-0 ประตู มีแต้ม 6 แต้ม เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พวกเขาสามารถผ่านเข้ารอบในศึกฟุตบอลยูโร

เริ่มเกมมาในนาทีที่ 11 เป็นทีมชาติอิตาลีที่ได้โอกาสลุ้นก่อน โดย มาร์โก แวร์รัตติ กองกลางจากปารีสแซ็ง แฌร์แม็ง ที่ตัดบอลเข้ามาฝั่งของออสเตรีย ห่อนที่จะจ่ายบอลผ่านต่อมาให้วิงแบ็ก จากอิตาลี เลโอนาร์โด สปินาซโซลา ทะลุแนวรับก่อนจะเข้าเขตโทษก่อนที่จะยิงไปด้วยซ้าย แต่บอลไม่ตรงกรอบอดทำประตูไปในจังหวะนี้

ในนาทีที่ 14 ทีมชาติอิตาลีบุกอย่างต่อเนื่อง โดยในครั้งนี้ ลอเรนโซ่ อินซิเญ่ กองหน้าทีมชาติอิตาลี เลี้ยงบอลลากเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะซัดบอลระยะหวังผลปั่นบอลเสียบเสาไกล แต่ก็ไม่สามารถผ่านมือผู้รักษาประตู แดเนียล บัคมันน์ ที่กระโดดพุ่งตัวออกมารับไว้ได้ ยูฟ่ายูโร 2020

ต่อมาเป็นนาทีที่ 17 ทีมชาติอิตาลีได้ลุ้นอีกรอบจากการที่ เลโอนาร์โด สปินาซโซลา จ่ายบอลย้อนหลังกลับมาตรงกลางให้ นิโกโล บาเรลลา กองกลางจากอินเตอร์มิลาน แล้วเข้าไปกดเน้นๆกลางบอลแต่ติดผู้รักาาประตู แดเนียล บัคมันน์ ที่ใช้ขาของตัวเองเซฟบอลไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

เพียงนาทีเดียวทีมชาตออสเตรียของบุกกลับบ้างจากจังหวะโต้กลับของกองกลางชาวออสเตรีย ซาเวอร์ ชลาเกอร์ ที่กระดกบอลหนึ่งจังหวะมาให้ มาร์โก อาร์เนาโตวิช ที่วิ่งเบียดกับแนวรับของอิตาลี ก่อนจะซัดบอลเข้าไปด้วยข้างขวาจากนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

ในนาทีที่ 32 ทีมชาติอิตาลีเกือบที่จะทำประตูขึ้นนำไปฝนจังหวะที่กองหน้าชาวอิตาลี ชิโร อิมโมบิเล่ ได้ทำการซัดบอลนอกกรอบเขตโทษด้วยขวา บอลพุ่งตรงเสาออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย ก่อนที่จะจบสกอร์ไปด้วย 0-0 ประตูเสมอกัน ยูฟ่ายูโร 2020
ทีมชาติอิตาลี
ทีมชาติอิตาลี

มาต่อกันในครึ่งหลัง ทีมชาติออสเตรียได้โอกาสลุ่นก่อนในนาทีที่ 52 เมื่อ ดาวิด อาลาบา ได้ทำการปั่นบอลฟรีคิกระยะ 20 หลา แต่พลาดบอลข้ามคานออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

ต่อมาเป็นนาทีที่ 56 ทีมชาติอิตาลีได้โอกาสเตะมุมโดย ลอเรนโซ่ อินซิเญ่ เปิดบอลสูงเข้ากรอบเขตโทษแล้ว เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ได้ทำการกระโดดขึ้นโหม่งแต่พลาดบอลไม่ตรงกรอบเสียโอกาสทำประตูไปในจังหวะนี้

นาทีที่ 63 ทีมชาติออสเตรียบุกอย่างต่อเนื่อง โดยครั้งนี้ มาร์โก อาร์เนาโตวิช ได้ทการซัดเน้นๆเข้าไปฝั่งขวาเขตโทษ แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านมือผู้รักษาประตูสุดเหนียวอย่าง จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ที่สามารถเซฟบอลได้อย่างเฉียบขาด วิเคราะห์บอล ยูโร 2020

ในนาทีที่ 65 ทีมชาติออสเตรียเริ่มเน้นเกมบุกมากขึ้น ด้วยการเปิดบอลสูงเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้วให้ ดาวิด อลาบา กระโดดโหม่งบอลเข้าไปที่เสาสอง และเป็นมาร์โก อาร์เนาโตวิช ที่ตามไปโหม่งบอลผ่านมือของผู้รักาาประตูไป แต่ผู้ตัดสินนั้นได้ทำการดูกล้องจาก VAR แล้วชี้ว่า มาร์โก อาร์เนาโตวิช นั้นได้หลุดล้ำหน้าออกไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น ก่อนที่จะอดได้ประตูขึ้นนำไปในจังหวะนี้ วิเคราะห์บอล ยูโร 2020

ในช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมต่างฝ่ายต่างก็พาบอลขึ้นมาเพื่อที่จะได้โอกาสในการทำประตู แต่ก็ยังไม่สามารถหาจังหวะจบสกอร์ได้ จนมาถึงในนาทีที่ 84 กองหน้าจากอิตาลีลอเรนโซ่ อินซิเญ่ ได้ทำการเปิดบอลสูงจากฝั่งซ้ายเข้าไปในเสาสอง โดย โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ ที่กระโดดตัววอลเลย์ แต่พลาดเหลียมบอล บอลหลุดออกกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

ทีมชาติอิตาลี
ทีมชาติอิตาลี

ต่อมาทั้งสองทีมเล่นกันอย่างระมัดระวังมากขึ้น และไม่เปิดเกมบุก รุกขึ้นไปมากนักจนครบ 90 นาทีทั้งสองทีมเสมอกันไป 0-0 ต้องมาลุ้นกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ 30 นาที

มาในช่วงต่อเวลาพิเศษเริ่มมาเพียง 4 นาที เมื่อทีมชาติอิตาลีเริ่มเน้นเกมบุกขึ้นจนสามารถทำประตูขึ้นนำได้สำเร็จ โดยเป็นจังหวะที่ เลโอนาร์โด สปินาซโซลา ได้ทำการเปิดบอลจากทางฝั่งซ้ายเข้าเสาสองให้ เฟเดริโก้ คิเอซ่า ล็อกหลบกองหลังทีมชาติออสเตรียไปก่อนหนึ่งจังหวะ ก่อนจะซัดบอลด้วยซ้ายแบบเต็มข้อ บอลพุ่งตรงไปเสียบตาข่ายอย่างสวยงามทำให้ ทีมชาติอิตาลี ทำประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 ประตู ยูโร 2020 ตาราง

มาถึงนาทีที่ 105 ทีมชาตอิตาลีก็สามารถทำประตูเพิ่มไปอีก โดยเป็นจังหวะเปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ แล้วฟรานเชสโก้ อแซร์บี บังบอลจากกองหลังของออสเตรีย ก่อนที่จะส่งบอลไปให้ มัตเตโอ เปสซิน่า ซัดบอลเต็มข้อผ่านมือผู้รักษาประตูจากออสเตรีย ดาเนียล บัคมันน์ บอลพุ่งตรงตุงตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้ในทีมชาติอิตาลีทิ้งห่างไปแล้ว 2-0 ประตู

ในนาทีต่อมา ทีมชาติออสเตรียขอบุกขึ้นบ้างโดยเป้นจังหวะลุ้นเมื่อ หลุยส์ ช็อบ ได้ทำการซัดบอลจากนอกกรอบเขตโทษ แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านมือผู้รักษาประตูจากอิตาลี จันลุยจี ดอนนารุมมา โชว์กระโดดตัวพุ่งเซฟบอลได้อย่างสุดยอดในจังหวะนี้ ยูโร 2020 ตาราง

จนในที่สุดทีมชาติออสเตรียก็สามารถทำประตูตีตื้นขึ้นมาได้ เมื่อ หลุยส์ ช็อป เปิดบอลจากลูกเตะมุม ส่งเข้ามาให้ ซาซ่า คาลัจซิช ที่ทำการทิ้งตัวโหม่งบอลลอดผ่านกองหลังและผู้รักษาประตู บอลพุ่งตรงไปเป็นประตูจนในขณะนี้ทีมชาติออสเตรียทำประตูตีตื้นขึ้นมาเป็น 2-1 ประตู

ทีมชาติอิตาลี
ทีมชาติอิตาลี
จบเกมทีมชาติอิตาลี เอาชนะ ทีมชาติออสเตรียแบบหืดขึ้นคอไป 2-1 ประตู ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเป็นที่เรียบร้อยโดยต้องไปลุ้นพบเจอกับผู้ชนะระหว่างทีมชาติเบลเยียมกับทีมชาติโปรตุเกส ยูโร 2020

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนามของ ทีมชาติอิตาลี กับ ทีมชาติออสเตรีย

อิตาลี : จานลุยจิ ดอนนารุมมา ,ฟรานเชสโก้ อแชร์บี้ ,มาร์โก แวร์รัตติ ,ชิโร อิมโมบิเล่ ,โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ ,นิโกโล่ บาเรลล่า ,ลอเรนโซ่ อินซิเญ่ ,เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ,จอร์จินโญ่ ,เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า ,โดเมนิโก้ เบราร์ดี้

ออสเตรีย : ดาเนี่ยล บัคมันน์ ,ดาวิด อลาบา ,มาร์โก อาร์เนาโตวิช ,ซาเวอร์ ชลาเกอร์ ,ฟลอเรียน กริลลิตช์ ,มาร์ติน ฮินเตอร์เร็กเกอร์ ,สเตฟาน ไลเนอร์ ,คริสตอฟ บอมการ์ตเนอร์ ,อเล็กซานดาร์ ดราโกวิช ,มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ,คอนราด ไลเมอร์,

บทความแนะนำ