จองวัคซีนซิโนฟาร์ม

จองวัคซีนซิโนฟาร์ม
จองวัคซีนซิโนฟาร์ม

จองวัคซีนซิโนฟาร์ม เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ 2564 ที่ผ่านมานั้น นายบุ่นเล้ง โล่สถาพรพิพิธ นายก อบจ.ตรัง ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อว่าในพื้นที่จังหวัดตรังนั้นจะเน้นมาตราการเชิงรุกเพื่อดูจากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดตรังให้ห่างไกลจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19 ให้มากที่สุด จัดเจ้าหน้าที่พ่นฉีดยาฆ่าเชื้อในพื้นที่ชุมชนทั้งหมด 10 อำเภอ

รวมไปถึงแจกพวกเครื่องมืออุปกรณ์ป้องกันโควิดต่างๆ อีกด้วย เช่น หน้ากากอนามัย และ แอลกอฮอล พร้อมกันนี้ยังสนับสนุนงบประมาณสูงเกือบ 6 ล้านบาท ในการสร้างโรงพยาบาลสนามจังหวัดตรัง พร้อมบริการสุขาเคลื่อนที่อีกด้วย

นายบุ่นเล้ง  โล่สถาพรพิพิธ นายก อบจ.ตรัง ยังกล่าวเพิ่มเติมต่ออีกว่า จะทำเรื่องดำเนินการจองวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” ในล็อตแรกจำนวนทั้งหมด 80.000 โดส มาเก็บไว้ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดตรัง ซึ่งวัคซีนนี้เป็นตัวที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ มีประสิทธิภาพสูง และยังได้รับการทดลองและยืนยันจากองค์กรอนามัยโลก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือว่าเป็นวัคซีนตัวที่ 5 เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย ระยะเวลาการฉีดวัคซีนทั้ง 2 เข็มนั้นจะต้องห่างกัน 20-28 วัน เพื่อพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดตรังจะได้รับวัคซีนที่ดี และปลอดภัยจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ในปัจจุบัน ที่เพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อทุกวัน

ทั้งนี้ตนเองนั้นเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรรอ ช้าไม่ได้ ถ้ากรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ปลดล็อคระเบียบต่างๆ อนุญาตให้ท้องถิ่น สามารถจัดซื้อวัคซีนให้ประชาชนในพื้นที่นั้นๆ ได้ ตนพร้อมที่จะดำเนินการทันที วัคซีน ซิโนแวค

จองวัคซีนซิโนฟาร์ม
จองวัคซีนซิโนฟาร์ม

การอนุมัติขึ้นทะเบียนวัคซีน “ จองวัคซีนซิโนฟาร์ม ” จากประเทศจีน

วัคซีน “ซิโนแวก” และ “แอสตร้าเซนเนก้า” ที่รัฐบาลได้จัดหามาให้นั้น เมื่อช่วงตั้งแต่เดือนมิถุนายน จนไปถึงธันวาคม แต่วันนี้ “วัคซีนทางเลือก” นั้นเริ่มมี “ตัวเลือก” มากขึ้นกว่าเดิม จากที่ขณะนี้ประเทศไทยมีวัคซีนทางเลือกเพียงตัวเดียวนั้นก็คือ “โมเดอร์นา” (ซิลลิค ฟาร์มา) ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการดำนเนินเรื่องและอยู่ระหว่างการดำเนินการเตรียมการนำเข้า

วัคซีน “ซิโนฟาร์ม” นับเป็นวัคซีนโควิด-19 ตัวที่ 5 ของประเทศ ถัดมาจาก วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย), ส่วน วัคซีนซิโนแวก (นำเข้าโดยองค์การเภสัชกรรม), วัคซีน จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (แจนเซ่น-ซีแลค) และวัคซีนโมเดอร์นา วัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน

“ไบโอจีนีเทค”

ไบโอจีนีเทค คือบริษัทสัญชาติไทย เป็นผู้นำเข้ายาและวัคซีน เช่น วัคซีนไข้สมองอักเสบ วัคซีนป้องกันบาดทะยัก วัคซีนไวรัสตับอักเสบ วัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทได้จดทะเบียนตั้งเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ 2536 และในปัจจุบันนั้นมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 24 ล้านบาท และมีผู้ถือหุ้นยักษ์ใหญ่จาก 2 ตระกูล คือ ตระกูลวรวิวรรธน์ และ ตระกูลชุติวงศ์ วัคซีน จีน

ประกอบไปด้วย ยศุภวัฒน์ ชุติวงศ์ นายลือชา วรวิวรรธน์ นา และนางสาวดวงรัตน์ นิยมไทย จากการตรวจสอบล่าสุดนั้นพบว่า เมื่อสิ้นปี พ.ศ 2563 ซึ่งมีรายได้สูงมากกว่า 851 ล้านบาท กำไรอยู๋ที่ 94 ล้านบาท และนอกเหนือจากนี้แล้วนั้น งมีการส่งออกวัคซีนไปจำหน่ายในกลุ่มประเทศอาเซียน เมียนมา ทั้งลาว และกัมพูชา อีกด้วย

นอกเหนือจากนี้ ไบโอจีนีเทค ยังมีบริษัทในเครือมากมายอีกด้วย ซึ่งเป็นโรงงานขายสำลีและผลิตภัณฑ์จากสำลี, ไบโอนิมัล ขายส่งสินค้าทางเภสัชภัณฑ์และทางการแพทย์ ไบโอคลาส ซึ่งเป็นโรงงานผลิตก้านสำลีและผลิตภัณฑ์สำลี, ไบโอคอททอน จองวัคซีนซิโนฟาร์ม

หลังจากที่ อย. ได้ออกมาประกาศแถลงข่าวการขึ้นทะเบียน วัคซีน ซิโนฟาร์ม และไม่นาน ศาสตราจารย์นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ก็ได้เปิดแถลง ให้ความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ อย. เพื่อทำการเตรียมนำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์มจำนวนทั้งหมด 1 ล้านโดส ภายในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการตกลงราคากันอยู่ ส่วนการกระจายวัคซีนนั้น เบื้องต้นอาจจะเปิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไปก่อน

จองวัคซีนซิโนฟาร์ม
จองวัคซีนซิโนฟาร์ม

ความร่วมมือการนำเข้าวัคซีนทางเลือก วัคซีน ซิโนฟาร์ม นั้น มีเป้าหมายเพื่อสังคม โดยสนับสนุน และประสานความร่วมมือเพื่อให้การกระจายวัคซีนในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปได้อย่างทั่วถึง หลังจากที่ ไบโอจีนีเทค ได้รับการอนุมัติ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จะสามารถดำเนินการนำเข้าและบริหารจัดสรรวัคซีนซิโนฟาร์มโดยหารือร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ด้วย ในการกระจายวัคซีนให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่สนใจจะจัดซื้อ พร้อมประกันวัคซีน ซึ่งจะมีการกำหนดราคาขายราคาเดียวกันทั่วประเทศต่อไป

โรงพยาบาลเอกชนรายใหญ่ได้ออกมาเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การมีวัคซีนทางเลือกเพิ่มขึ้นนั้นถือว่าเป็นเรื่องดี มากๆ เพราะจะช่วยให้ประชาชนนั้นได้มีทางเลือกที่มากยิ่งขึ้น เบื้องต้นนอกจาก ไบโอจีนีเทค จะร่วมมือกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในการนำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์มแล้ว ในฐานะที่ไบโอจีนีเทคเป็นผู้ได้รับอนุญาตการนำเข้าก็อาจจะเร่งดำเนินการกระจายวัคซีนมายังโรงพยาบาลต่าง ๆ ให้ไวที่สุด เพื่อรองรับประชาชน

เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนที่สนใจวัคซีน และ ต้องการที่จะฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ดังนั้นทางโรงพยาบาลเอกชนยินดีที่จะเข้ามามีส่วนร่วมตรงนี้ ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการ ส่วนในอนาคตโรงพยาบาลที่จะต้องการวัคซีนตัวนี้มากน้อยเพียงใด ยังไม่สามารถตอบได้ในตอนนี้

สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ก็ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้เช่นกันว่า การมีซิโนฟาร์มเพิ่มเข้ามานั้นก็เป็นเรื่องดี และ จะทำให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้นกว่าเดิม และอาจจะไม่กระทบกับวัคซีนทางเลือก โมเดอร์นา ที่สมาคมกำลังเร่งดำเนินการร่วมกับองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ซึ่งคาดว่า ในสัปดาห์หน้าช่วงระหว่างวันที่ (31 พฤษภาคม-4 มิถุนายน) จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ทั้งในเรื่องของราคาและจำนวนวัคซีน หลังจากนั้นก็จะเป็นขั้นตอนของการนำเข้าไทย

เบื้องต้นคาดว่าจะสั่งวัคซีนเข้ามาประมาณ 10 ล้านโดส และจากการสำรวจความต้องการ พบว่า โมเดอร์นา เป็นวัคซีนที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจมาก ส่วนราคาเบื้องต้นที่หารือกันเนื่องจากต้นทุนวัคซีนที่มีมาไม่สูง ราคาปลายทางบวกประกันแล้วน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาท ต่อโดส คาดว่าซักเดือนกันยายนนี้หรือตุลาคมนี้อาจจะได้ฉีด หรือ อาจจะเร็วกว่านั้นก็เป็นได้

แหล่งข่าวยังรายงานเพิ่มเติมอีกด้วยว่า สำหรับวัคซีนทางเลือกทั้ง 2 ตัว คือ วัคซีน โมเดอร์นา และ วัคซีน ซิโนฟาร์ม ในแง่ของราคานั้น อาจจะไม่มีผลกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมากนัก เนื่องจากส่วนใหญ่นั้น เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้ออยู่แล้ว โดยราคาต้นทาง ของซิโนฟาร์มจะอยู่ที่ประมาณ 30 ดอลลาร์/โดส ขณะที่โมเดอร์นาอยู่ที่ 35-37 ดอลลาร์/โดส และจะขึ้นอยู่กับตัวกลางอีกทีว่าจะบวกค่าบริหารจัดการมากน้อยแค่ไหน

หากวัคซีนทางเลือกมาได้เร็วมากขึ้นเท่าไหร่ ดีมานด์ก็จะดีมากเท่านั้น หากมาช้าดีมานด์ก็จะลดลง เพราะประชาชนส่วนใหญ่จะไปฉีดวัคซีนที่รัฐบาลจัดหามาให้แล้วนั่นเอง

“ซิโนฟาร์ม” จะเข้าล็อตแรกในช่วง เดือนมิถุนายนนี้ จำนวน 1 ล้านโดส

–  ราคาการจำหน่ายวัคซียให้กับภาคเอกชนนั้น เบื้องต้นมีการติดต่อทางราชวิทยาลัยฯ คือ สภาอุตสาหกรรม และ ทางบริษัท ปตท. คาดไว้ว่าราคาเบื้องต้นหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 1 พันบาทต่อโดสหากรวมกับค่าประกัน แต่ว่ายังจะต้องมีการพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง

–  เมื่อมีการกำหนดราคาเป็นที่แล้ว ก็จะเป็นราคาซื้อขายสำหรับภาคเอกชน ที่เมื่อซื้อไปแล้วจะต้องนำไปฉีดให้แก่ บุคลากร พนักงาน หรือ กลุ่มคนขององค์กรนั้นๆ โดยไม่มีการเก็บเงินกับผู้ฉีดแต่อย่างใด

–  เมื่อซื้อวัคซีนซิโนฟาร์มกับทางราชวิทยาลัยฯ ไปแล้วนั้น ห้ามมีการนำไปจำหน่ายต่อโดยเด็ดขาด ต้องฉีดฟรีให้คนในองค์กรนั้นๆ

–  องค์กรที่ซื้อจะต้องมีสถานพยาบาล หรือว่าโรงพยาบาลรองรับการฉีดให้แก่บุคลากร ส่วนจะมีการจ้างสถานพยาบาลใดก็เป็นข้อตกลงระหว่างองค์กรและสถานพยาบาลนั้นๆ อีกที

บทความแนะนำ